
เงินเธอคือเงินฉัน? เมื่อ “เงินเดือน-โบนัส-ค่าคอมฯ” ของสามี คือ “สินสมรส” ที่ต้องแบ่งครึ่งตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474
จากโพสต์บนเพจและเว็บไซต์อย่าง theAsianparent Thailand ที่พูดถึงเรื่อง...
“เงินเดือนสามีคือสินสมรส ต้องแบ่งครึ่งให้ภรรยาไหม ? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 ”
คำถามนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ในโซเชียลมีเดียว่า จริงหรือเท็จอย่างไร ทำให้หลายคนสงสัยว่ากฎหมายไทย ว่าด้วยทรัพย์สินครอบครัวมีหลักอย่างไรและต้องแบ่งจริงหรือไม่ บทความนี้ Thairath Money จึงชวนมาไขข้อข้องใจ และคลายข้อกังขาในมุมการเงินเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น
ตามกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 ระบุว่า ...
“ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสถือเป็น สินสมรส ”
และเมื่อต้องแบ่งทรัพย์สินหลังการสิ้นสุดสมรส ทรัพย์สินนั้นจะถูกแบ่งให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน โดยปกติคือ 50/50
ซึ่งในทางปฏิบัติขยายความว่า ทรัพย์สินทุกชนิดที่เกิดขึ้นหลังการจดทะเบียนสมรส รวมถึง
ก็ถูกนับเป็นสินสมรสโดยค่าเริ่มต้น ไม่ว่าชื่อบัญชีจะเป็นของใครก็ตาม หรือกล่าวง่ายๆคือ ต่อให้ทรัพย์สินนั้นจดทะเบียนชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่ได้ทำให้สถานะ “ทรัพย์ร่วม” หายไป
เนื่องจากกฎหมายไทยมองว่าการมีชีวิตคู่คือ การร่วมสร้างฐานะภรรยาอาจไม่ได้มีรายได้ทางตรง แต่การทำงานบ้าน ดูแลครอบครัว เลี้ยงลูก หรือซัพพอร์ตชีวิตคู่ ถือเป็น “ส่วนร่วม” ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินร่วมกัน ดังนั้นรายได้ที่เกิดขึ้นหลังแต่งงานจึงถือเป็นสินสมรส แม้จะจดทะเบียนชื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ตัวอย่าง : สมมติว่าภรรยาไม่ได้ทำงานและอยู่บ้านดูแลลูก แต่สามีมีเงินเดือน 50,000 บาท/เดือน เข้าบัญชีชื่อสามี
จะเห็นว่า ชื่อบัญชีไม่ตัดสินสถานะทรัพย์สินว่าร่วมหรือไม่เพราะกฎหมายถือว่าทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างสมรสคือ “ทรัพย์ร่วม” โดยค่าเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม กฎหมายแยกทรัพย์ออกเป็นอีกประเภทหนึ่งคือ “สินส่วนตัว” ซึ่งไม่ต้องนำมาหารครึ่ง เช่น
แต่จุดที่คนมักพลาดคือ ดอกผลที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสจากสินส่วนตัว อาจกลายเป็นสินสมรสได้ เช่น มีเงินเก็บ 3 ล้านบาทก่อนแต่งงาน (สินส่วนตัว) แต่ดอกเบี้ยที่งอกขึ้นระหว่างสมรส อาจถูกนับเป็นสินสมรส ความแตกต่างเล็ก ๆ ตรงนี้ มีมูลค่ามหาศาลในวันที่ต้องแบ่งทรัพย์
อย่างไรก็ดี การแบ่งสินสมรสจะเกิดขึ้นเมื่อ
หลักทั่วไปคือ แบ่งคนละครึ่ง เว้นแต่มีเหตุพิเศษตามคำพิพากษาศาล กฎหมายไม่ได้สอบสวนว่าใครเหนื่อยกว่าไม่ได้ให้คะแนนว่าใครหารายได้มากกว่า เพราะหลักการตั้งต้นคือ “ความเสมอภาคของคู่สมรส”
ส่วนกรณีถ้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ทำอย่างไร? ทางออกเดียวที่ชัดเจนคือ ทำสัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) โดยต้องทำเป็นหนังสือก่อนจดทะเบียนสมรส และจดแจ้งไว้กับนายทะเบียนพร้อมการสมรส จึงจะมีผลตามกฎหมาย ซึ่งหากไม่ได้ทำไว้ ระบบมาตรฐาน คือการใช้หลักสินสมรสตามมาตรา 1474 เท่านั้น
จะเห็นได้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่กฎหมายครอบครัว แต่คือ “การวางแผนทรัพย์สิน” ด้วยเช่นกัน และต้องยอมรับความจริงที่ว่า หลายคู่ไม่เคยคุยเรื่องโครงสร้างบัญชี ไม่เคยแยกชัดเจนว่าอะไรเป็นสินส่วนตัว ไม่เคยคิดเรื่องสัญญาก่อนสมรส และไม่เคยบันทึกทรัพย์สินก่อนแต่งงานอย่างเป็นระบบ
จนกระทั่งวันที่ความสัมพันธ์สะดุดตัวเลขที่ไม่เคยคุยกัน กลายเป็นประเด็นใหญ่กว่าความรู้สึก ความจริงคือ กฎหมายไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อทำลายความรัก แต่เพื่อสร้าง “ความชัดเจน” เมื่อความรักเปลี่ยนรูปแบบ และหากมองในมุมการเงิน การเข้าใจหลักสินสมรสตั้งแต่ต้น คือการบริหารความเสี่ยงชีวิตคู่รูปแบบหนึ่งเช่นกัน
ที่มา : thailandlaw , theasianparent
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney