บทเรียนการเงิน จากคำพิพากษาศาลฎีกา โอนเงินแสน แต่ได้คืนแค่สติกเกอร์ "ขอบคุณ" ศาลไม่รับว่าเป็นหนี้

Personal Finance

Financial Planning

Tag

บทเรียนการเงิน จากคำพิพากษาศาลฎีกา โอนเงินแสน แต่ได้คืนแค่สติกเกอร์ "ขอบคุณ" ศาลไม่รับว่าเป็นหนี้

Date Time: 27 ก.พ. 2569 10:04 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

บทเรียนการเงิน จากคำพิพากษาศาลฎีกา โอนเงินแสน แต่ได้คืนแค่สติกเกอร์ "ขอบคุณ"ศาลไม่รับว่าเป็นหนี้ ความไว้ใจ ใช้ฟ้องไม่ได้ และจะทำอย่างไร? เมื่อเป็นผู้ให้ "กู้ยืม"

Latest


ในยุคที่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูง 16.31 ล้านล้านบาท 86.8% ของ GDP และค่าครองชีพที่รัดตัวจน "การกู้ยืมกันเอง" กลายเป็นทางออกสุดท้ายของคนรอบข้าง ความเสี่ยงที่เรามองเห็น อาจมีแค่เรื่อง "เขาจะเบี้ยวไหม?" แต่ความเสี่ยงที่น่ากลัวกว่าและคนมักมองข้าม คือความเสี่ยงทางกฎหมายที่ว่า "ถ้าเขาเบี้ยว เราจะเอาผิดเขาได้หรือไม่?"

เมื่อ "สลิปโอนเงิน" ไม่เท่ากับ "สัญญากู้" บทเรียนราคาแพงจากศาลฎีกา

หลายคนเข้าใจผิดว่า แค่มีหลักฐานการโอนเงิน (Slip) และข้อความขอบคุณใน LINE ก็เพียงพอแล้วที่จะฟ้องร้องหากถูกเบี้ยวหนี้ แต่จากแนวทาง คำพิพากษาศาลฎีกา (อ้างอิงบรรทัดฐานจากศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา) ได้วางบรรทัดฐาน เปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ไว้ว่า ...

"การโอนเงินพร้อมข้อความตอบรับที่ไม่ระบุเจตนาการกู้ยืมชัดเจน ไม่ถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน"

  • ช่องโหว่ของความเกรงใจ: ในคดีตัวอย่าง โจทย์โอนเงิน 100,000 บาทให้จำเลย โดยมีหลักฐานเพียงสติกเกอร์ "ขอบคุณครับ" ตอบกลับมา เมื่อเกิดการฟ้องร้อง ศาลวินิจฉัยว่าสติกเกอร์ดังกล่าวไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับสภาพหนี้ หรือข้อตกลงว่าจะคืนเงินเมื่อใด
  • นิยามทางกฎหมาย: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป "ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ" และ "ต้องมีลายมือชื่อผู้กู้"
  • ความจริงที่เจ็บปวด: สลิปธนาคารเป็นเพียงหลักฐานการส่งมอบเงิน แต่อาจเป็นการให้โดยเสน่หา การชำระหนี้เก่า หรือค่าสินค้าก็ได้ หากในแชตไม่มีคำว่า "ขอกู้" หรือ "จะคืนเมื่อไหร่" ศาลมีสิทธิยกฟ้อง เพราะถือว่าไม่มีหลักฐานการกู้ยืมที่สมบูรณ์


ยุคสภาพคล่องฝืดเคือง ความเสี่ยงที่ "ไม่ได้นับ" ในงบดุลชีวิต

ในจักรวาลการเงินแบบไทยๆ เรามักโฟกัสที่ "ดอกเบี้ย" (Cost of Debt) แต่เราไม่เคยประเมิน "ค่าความเสี่ยงในการบังคับสิทธิ" (Legal Risk) เมื่อธนาคารปล่อยกู้ยากขึ้น การกู้ยืมนอกระบบและกู้ยืมกันเองในเครือญาติจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างเงียบเชียบ สิ่งที่ตามมาคือการสูญเสียเงินต้น 100% เพียงเพราะใช้ "ความรู้สึก" นำหน้า "ข้อเท็จจริง"

  • ความสัมพันธ์ vs ความถูกต้อง: เมื่อรายได้โตไม่ทันรายจ่าย ความกดดันทางการเงินทำให้คนกล้าผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น การให้ยืมโดยไม่มีหลักฐานที่รัดกุม จึงเป็นการผลักภาระความเสี่ยงทั้งหมดมาอยู่ที่ "ผู้ให้กู้" เพียงฝ่ายเดียว
  • Digital Footprint ที่ใช้ไม่ได้จริง: แม้กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จะรองรับการคุยผ่าน LINE/Messenger แต่ถ้าคู่สนทนาพิมพ์แค่ "ขอบคุณ" หรือ "ได้รับแล้ว" โดยไม่พูดถึงเรื่อง "การคืนเงิน" หรือ "การกู้" ข้อมูลเหล่านั้นก็กลายเป็นขยะทางกฎหมายทันที
  • ค่าเสียโอกาส: เงินแสนที่คุณเสียไปเพราะฟ้องไม่ได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือสภาพคล่องในครอบครัว หรือเงินออมเกษียณที่อาจไม่มีวันได้คืนเพียงเพราะการกดส่งสติกเกอร์ตัวเดียว

4 Checklist การรับตอบการกู้ยืมที่ "ใช้สู้คดีได้จริง" ในยุคดิจิทัล

เพื่อให้การช่วยเหลือคนรอบข้างไม่กลายเป็น "ฝันร้ายทางการเงิน" ต้องเปลี่ยนการคุยเล่นให้กลายเป็น "หลักฐานแห่งการกู้ยืม" ตามกฎหมาย ซึ่ง Thairath Money สรุปแนวทางที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากศาลมาให้ ดังนี้

  1. ต้องมีคำว่า "กู้/ยืม": ในแชตต้องปรากฏข้อความจากฝั่งผู้กู้ชัดเจน เช่น "ขอยืมเงิน 50,000 บาท" หรือ "ขอกู้เงินไปหมุนก่อน" ไม่ใช่แค่บอกว่า "ขอเงินหน่อย" หรือ "โอนให้ที"
  2. ระบุเงื่อนไขการคืน (Maturity Date): ต้องมีข้อความยืนยันจากผู้กู้ว่า "จะคืนให้ภายในวันที่..." หรือ "จะผ่อนคืนเดือนละ..." เพื่อแสดงเจตนาการเป็นหนี้
  3. การตอบรับที่เป็นลายลักษณ์อักษร (Digital Signature): แม้ไม่มีลายเซ็นปากกา แต่การที่ผู้กู้พิมพ์ชื่อ-นามสกุล หรือพิมพ์ข้อความยืนยันรับยอดเงินกู้ด้วยตัวเอง ถือเป็นการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย
  4. แคปหน้าจอ Profile ผู้กู้: เพื่อยืนยันว่า Account LINE หรือ Facebook นั้นเป็นของผู้กู้ตัวจริง (ป้องกันการปฏิเสธว่าโดนแฮกหรือไอดีปลอม)

บทสรุปของเรื่องนี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าในวันที่ความสัมพันธ์ยังดี "สัญญา" อาจดูเป็นเรื่องเย็นชา แต่ในวันที่ความสัมพันธ์พัง "สัญญาและหลักฐานที่ถูกต้อง" คือสิ่งเดียวที่จะปกป้องเงินของเราได้ เพราะในชั้นศาล "ความไว้ใจ ใช้เป็นหลักฐานเอาผิดไม่ได้" นั่นเอง

ที่มา : ศาลฎีกา 

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์