LH Bank ตั้งเป้าโต 10-12% รุกตลาด SME แม้ความเสี่ยงสูง ย้ำไม่หั่นดอกเบี้ยแข่ง เพราะต้องมีกำไร!

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

LH Bank ตั้งเป้าโต 10-12% รุกตลาด SME แม้ความเสี่ยงสูง ย้ำไม่หั่นดอกเบี้ยแข่ง เพราะต้องมีกำไร!

Date Time: 25 ก.พ. 2569 15:26 น.

Video

ชีวิตนี้ผมจะไม่เป็นหนี้! “หมอสอง” กับก้าวใหม่ในวันที่เป็นคุณพ่อ l Money Secret EP.15

Summary

แม้ตลาดสินเชื่อแบงก์ปี 2568 หดตัว แต่ LH Bank กางแผนปี 2569 รุกสวนกระแสตั้งเป้าโต 10-12% โดยเพิ่มเป้าสินเชื่อ SME เป็น 6,000 ล้านบาท เน้นคัดกรองกลุ่มศักยภาพร่วมกับเทคโนโลยี AI

Latest


หลายปีมานี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีทำให้รายได้ภาคธุรกิจ และครัวเรือนไม่เติบโตนัก บางรายกลับติดลบจึงเป็นธรรมดาที่ภาคธนาคารอาจปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้น้อยลง สะท้อนมาที่ตัวเลขสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ทั้งปี 2568 หดตัว 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ติดลบต่อเนื่องมา 6 ไตรมาส ที่เจอผลกระทบหนักคือสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี โตติดลบ 4.1% ต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส

แต่เมื่อธุรกิจหลักของธนาคารคือ การปล่อยสินเชื่อ นี่อาจเป็นโอกาสของธนาคารไซซ์เล็กที่จะรุกตลาดเพิ่มขึ้นได้ ตามที่ ฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ LH Bank เล่าว่า แม้ปัจจุบันในตลาดสินเชื่อฯ จะมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ที่ 1.6% และยังเป็นแบงก์เล็ก แต่นี่คือ "ข้อได้เปรียบ" ที่ทำให้ธนาคารสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว เข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้แม่นยำกว่าธนาคารขนาดใหญ่ โดยปี 2569 นี้ยังมีเป้าหมายที่จะโตต่อเนื่องที่ 10-12% แม้ตลาดสินเชื่ออาจชะลอตัวลง

ทั้งนี้ สินเชื่อ SME ปี 2569 ตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดรวม 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2568 ที่อยู่ระดับ 3,000 ล้านบาท แม้กลุ่ม SME จะมีความเสี่ยงสูงทำให้ต้องตั้งสำรองสูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น แต่ธนาคารจะรุกต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจที่ยังเติบโต เช่น อิเล็กทรอนิกส์, AI, และยังรุกกลุ่ม SME ในต่างจังหวัด โดยจะคัดกรองลูกค้าอย่างรัดกุม และย้ำว่าไม่แข่งขันเพื่อหั่นดอกเบี้ยสินเชื่อลง แต่จะเน้นการบริการที่หลากหลาย

ดังนั้นจากเป้าหมายปี 2569 ที่ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-12% ยังคงเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคล (Ploan) ยังเดินหน้ากลยุทธ์การปรับดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย (Risk-Based Pricing) ส่วนสินเชื่อในทุกประเภทจะเน้นการ Cross-selling เพื่อสร้างบริการที่เป็น One Stop Service กับลูกค้าทุกกลุ่ม

นอกจากการขยายสินเชื่อธุรกิจและการสนับสนุนสินเชื่อ Green Finance ยังเร่งเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management, Trade Finance, และ FX (อัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งหากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการควบคุมค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างๆ เพิ่มเติมก็มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อธนาคารมากนักเพราะมีฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ต่างกัน

กรณีที่ปี 2569 นี้จะเริ่มเห็นความชัดเจนของธุรกิจ Virtual Bank ในไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารมองว่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคกลุ่ม Underserved แต่สำหรับ LH Bank นั้นคาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจและ Wealth ที่ต้องการบริการที่ปรึกษาและการจัดการที่ซับซ้อนกว่า

ด้านความเสี่ยงของหนี้เสีย (NPL) ที่อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทางธนาคารมองว่าจะสามารถควบคุมให้ต่ำกว่า 3% โดยยอมรับว่าการตั้งสำรองฯ (ECL) อาจเพิ่มขึ้นตามขนาดพอร์ตที่โตขึ้น แต่เชื่อมั่นว่าผลตอบแทนที่ได้รับจะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเช่นกัน


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ