ถอดแนวคิด 2 สไตล์ เจษ เจษฎ์พิพัฒ-TaxBugnoms จัดการเงินและความคิด เมื่อกราฟชีวิตไม่เคยเป็นเส้นตรง

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ถอดแนวคิด 2 สไตล์ เจษ เจษฎ์พิพัฒ-TaxBugnoms จัดการเงินและความคิด เมื่อกราฟชีวิตไม่เคยเป็นเส้นตรง

Date Time: 24 ก.พ. 2569 16:31 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

บทสนทนาระหว่าง เจษ เจษฎ์พิพัฒ ดารานักแสดง และถนอม เกตุเอม เจ้าของเพจ TaxBugnoms บนเวที Thairath Money Campus Tour 2026: มันนี่เดบิวต์ อัปสกิลเรื่องเงิน ที่ไม่ได้มาเล่าแค่เรื่องการเงินทั่วไป แต่เป็นเรื่องของ “การออกแบบชีวิต” ในยุคที่ไม่มีอาชีพใดมั่นคง 100% อีกต่อไป

บนเวที Thairath Money Campus Tour 2026: มันนี่เดบิวต์ อัปสกิลเรื่องเงิน บทสนทนาระหว่าง เจษ เจษฎ์พิพัฒ ดารานักแสดง และถนอม เกตุเอม เจ้าของเพจ TaxBugnoms ที่ไม่ได้มาเล่าแค่เรื่องการเงินทั่วไป แต่เป็นเรื่องของ “การออกแบบชีวิต” ในยุคที่ไม่มีอาชีพใดมั่นคง 100% อีกต่อไป

ทั้งสองเริ่มต้นด้วยเส้นทางที่ทำให้กลายมาเป็น เจษ เจษฎ์พิพัฒ ที่ทุกคนรู้จัก และสร้างเพจ TaxBugnoms จนมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียรวมกันหลักล้าน โดยทั้งคู่เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพที่แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง ฝั่งหนึ่งเป็นดารา ขณะที่อีกด้านเริ่มจากอาชีพที่หลายคนมองว่ามั่นคง อย่างข้าราชการ

Thairath Money จะพาไปเจาะเส้นทาง แนวคิด และวิธีการบริหารเงินควบคู่กับการบริหารชีวิตจากสองกูรูสองสไตล์ ในโลกที่ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ไม่ได้มีความแน่นอนเสมอไป


เส้นทางชีวิตที่สร้างวิธีคิดเรื่องเงิน

เจษ เล่าว่า เขาเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ช่วงที่เรียนมัธยม ด้วยการไปเตะตาแมวมอง เข้าวงการภาพยนตร์ ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาเข้าจอแก้ว รับบทหลักในละครโทรทัศน์ ทำให้ชื่อเสียงเริ่มดังไปไกลมากขึ้น จากจุดนั้นนำมาสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน 

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าดาราไม่ได้มีงานตลอดไป เมื่อมีกราฟขึ้นรายได้ก็สูงจนน่าตกใจ แต่เมื่อมีกราฟลง รายได้อาจกลายเป็นศูนย์ “ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีงาน และไม่ใช่ว่าคนที่มีงานวันนี้จะมีงานไปตลอดชีวิต” เจษ กล่าว เลยเป็นที่มาให้เกิดการสร้างรายได้ที่สอง เพื่อลดความกดดันทางจิตใจในช่วงงานน้อย การมีแหล่งรายได้สำรองไม่ว่าจะเป็นลงทุน หรือธุรกิจ (ขณะที่เพื่อนดาราบางคนหันไปทำธุรกิจส่วนตัว เจษ เลือกที่จะลงทุน) ซึ่งสิ่งนี้ เขามองว่า คือสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราไม่ต้องรอความหวังจากการถูกจ้างเพียงอย่างเดียว

ส่วนพี่หนอม เริ่มต้นอาชีพจากจุดที่ใครหลายคนมองว่าเป็นงานที่มั่นคง นั่นคือเป็น รับราชการที่กรมสรรพากร แต่ช่วงหนึ่งกลับมาพบว่า รายได้เสริมมากกว่ารายได้หลัก จากการเป็นวิทยากร พิธีกร และทำเพจการเงิน พร้อมกับเริ่มคิดได้ว่า อยากจะทำอย่างอื่นที่มันได้ Output ออกมามากกว่า รวมปัจจัยทั้งเงินที่ได้และเวลาที่มี ความพอเหมาะพอดีนี้จึงนำมาสู่การลาออกจากงานราชการ

เส้นทางของพี่หนอมสะท้อนให้เห็นว่า แม้ว่าจะมีงานที่มั่นคง แต่ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วขนาดนี้ ไม่มีงานไหนที่จะมั่นคงได้ 100% พี่หนอม กล่าวว่า “เมื่อก่อนจะโอเคเรารู้สึกว่าทำราชการอาจจะดี ทำเอกชนอาจจะดี ทำธุรกิจอาจจะดี แต่ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไวมาก พอมันเปลี่ยนไว ความมั่นคงที่แท้จริงมันคือการบริหารจัดการให้มันดีขึ้น”


ทำงานตาม Passion หรือ Potential?

ทั้งสองเห็นตรงกันว่า “เริ่มจากงานที่ให้ Potential ให้ความมั่นคง สะสมประสบการณ์ให้เต็มที่ และมาหาสิ่งที่เป็น Passion” 

เจษ กล่าวว่า “ทั้งงานที่มั่นคงและงานที่รัก เป็นสิ่งที่ต้องมาควบคู่กัน แนะนำให้เลือกความมั่นคงก่อน เพื่อให้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ เมื่อพื้นฐานชีวิตมั่นคงแล้วจะกลับไปทำตามความฝันก็ยังไม่สาย และจะดีมากถ้าทำให้ Passion นั้นหาเงินได้ด้วย”

เจษ ยังเล่าอีกด้วยว่า ประสบการณ์นั้นยังคงสำคัญกว่าทฤษฎีเสมอ แม้ว่าเขาจะเรียนจบด้านการเงินมาโดยตรง แต่ก็ยังยืนยันอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ประสบการณ์ในโลกจริงสำคัญกว่าสิ่งที่เรียนในห้องเรียน” มีหลายสิ่งในการใช้ชีวิตและในการวางแผนการเงินนั้นเขาเรียนรู้มาจากสิ่งที่เขาเคยทำมา

ขณะที่พี่หนอม เสริมว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือการค้นให้พบว่าสิ่งที่เรารักคืออะไร “หลายคนยังไม่รู้ว่า Passion คืออะไรในช่วงแรก จึงควรไปลองหาประสบการณ์ให้มากพอก่อน และยอมรับว่าต้นทุนชีวิตแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องทำอาชีพเพื่อหาเงินแล้วค่อยใช้ Passion เป็นความสุขในวันว่างแทน”

นอกจากนี้ ทั้งพี่หนอมและเจษ ยังย้ำด้วยว่า เรื่องการเงินอย่าเชื่อคนอื่นให้มาก โดยเฉพาะเรื่องการลงทุน ให้เชื่อตัวเองและศึกษาให้ดี เพราะไม่มีใครหวังดีกับเงินเราเท่าตัวเราเอง การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ แม้แต่หุ้นที่วิเคราะห์มาดีแล้วก็มีช่วงที่ติดดอยหรือพอร์ตแดง สิ่งสำคัญคือต้องลงในเงินที่เราสบายใจ ไม่กระทบคุณภาพชีวิต


แชร์เทคนิคบริหารเงินฉบับคนเริ่มต้นทำงาน

พี่หนอมและเจษแนะนำสูตรการแบ่งเงินสำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเรียนจบและเริ่มทำงานมีเงินเดือนครั้งแรกไว้ดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายหลัก: ส่วนแรกต้องแบ่งเงินสำหรับกิน อยู่ ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก่อน
  • กตัญญู/ครอบครัว: ถ้ามีมากพอ หรือจำเป็น อาจเก็บเงินที่ต้องให้พ่อแม่หรือดูแลคนในบ้าน
  • เงินสำรองฉุกเฉิน: สำคัญมาก อย่ามองข้ามในวันที่แข็งแรง เพราะถ้าวันหนึ่งป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ เงินก้อนนี้จะช่วยไม่ให้ระบบการเงินส่วนอื่นพัง
  • เงินลงทุน: ส่วนสุดท้าย ควรลงทุนเมื่อจัดการ 3 ส่วนแรกได้นิ่งแล้ว เพื่อให้เงินงอกเงย

การลงทุนที่ดี คือการลงทุนแบบที่เราจะนอนหลับฝันดีได้ พี่หนอมเน้นว่า คนที่ลงทุนได้ดีคือคนที่สบายใจ นั่นหมายถึงมีเงินสำรองพอ มีประกัน และรับความเสี่ยงได้จริง ไม่ใช่การซิ่งจนต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับ หรือต้องขายบ้านขายรถมาลงทุน

ก่อนที่พี่หนอมจะขยายความสำคัญของอีกเรื่องที่คนมีรายได้ทุกคนต้องเข้าใจ นั่นคือ ภาษี ที่มักจะเป็น “สิทธิประโยชน์ที่คนไทยมักทิ้งไปเปล่า ๆ” พี่หนอมเล่าว่า คนส่วนใหญ่จะเริ่มสนใจภาษีก็ต่อเมื่อโดนสรรพากรเรียกย้อนหลัง ซึ่งความเข้าใจในตอนนั้นมักมาพร้อมกับค่าปรับราคาหลายล้านบาท หากรายได้ทั้งปีไม่เกิน 3 แสนบาท แม้จะไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ ต้องยื่นภาษีเพื่อขอเงินคืน อย่าทิ้งเงินก้อนนี้ไปเพราะความขี้เกียจหรือความไม่รู้


ปรัชญาการเกษียณในยุคใหม่

ในช่วงท้าย ทั้งสองได้ให้นิยามของการเกษียณตามแบบฉบับของตัวเอง โดยเจษ เริ่มต้นอธิบายว่า เคยซ้อมเกษียณ ลองอยู่เฉย ๆ อยู่บ้าน ออกไปตีกอล์ฟ ไม่ทำงานเลยติดต่อกัน 2 เดือนเพื่อซ้อมเกษียณ แต่กลับพบว่า “เบื่อมาก” เพราะเขามองว่าสำหรับเขา “การทำงานทำให้มนุษย์รู้สึกมีคุณค่า (Self-worth)”

ส่วนในมุมของพี่หนอม เขามองว่า “เกษียณ = การมีทางเลือก การเกษียณที่แท้จริงไม่ใช่การหยุดทำงาน แต่คือการที่ชีวิตมีทางเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ โดยที่สถานะทางการเงินไม่เป็นอุปสรรค” อย่ากดดันตัวเองว่าต้องเกษียณตอนอายุ 30 หรือ 40 ตามกระแสในอินเทอร์เน็ต แต่ให้โฟกัสที่การมีชีวิตที่ยืนยาวและมั่นคงในแบบของตัวเอง


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี" ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance  

 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney   



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ