
สรุปผลโพล “เรื่องการเงินที่ Gen Z อยากรู้” พบว่า คนรุ่นใหม่ในช่วงอายุ 18-29 ปี มีความสนใจเรื่องการเงินในแง่การปฏิบัติ คือ การอยากหารายได้เสริม การลงทุนเพื่อการเกษียณ และขั้นตอนการยื่นภาษี รวมถึงการขอสินเชื่อรูปแบบต่าง ๆ
ในวันที่โลกการลงทุน เต็มไปด้วยนักลงทุนมือใหม่มากมาย และคงไม่มีใครเก่งตั้งแต่ก้าวแรก
Thairath Money ทำการสำรวจโพลในหัวข้อ “เรื่องการเงินที่ Gen Z อยากรู้” ผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ของไทยรัฐ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรียนรู้เรื่องการเงิน
โดยแบ่งออกเป็น 4 ชุดคำถาม ได้แก่ หมวดการออม หมวดการลงทุน หมวดภาษีและสิทธิประโยชน์ และหมวดบริหารหนี้สิน เพื่อเจาะลึกความสนใจในแต่ละหมวดหมู่เรื่องการเงิน
ผลโพลในหมวดการออม พบว่าความสนใจ 3 อันดับแรก ได้แก่
อันดับ 1 เพิ่มรายได้เสริม 45%
อันดับ 2 ใช้แอปพลิเคชัน/AI บริหารเงิน 28%
อันดับ 3 ดอกเบี้ยเงินฝาก 27%
สะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการขยายฐานรายได้ เพราะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เพดานรายได้งานประจำยังอยู่วนเวียนอยู่ที่เดิมมาร่วมทศวรรษ ส่งผลให้การเพิ่มรายได้เสริมเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่อยากเรียนรู้มากที่สุดในหมวดการออม
ขณะเดียวกัน ความสนใจเรื่องการใช้แอปพลิเคชันหรือ AI จัดการเงิน สะท้อนความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเครื่องมือดิจิทัล พวกเขาไม่ได้อยากจดบัญชีแบบสมุด แต่ต้องการเครื่องมือช่วยวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์
และอันดับสุดท้ายคือ ดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้สนใจออมเงินผ่านบัญชีฝากประจำที่ได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก แต่มีแนวโน้มสนใจการลงทุนเพื่อต่อยอดเงินออมมากกว่า
ในหมวดการลงทุน ผลสำรวจพบว่า
อันดับ 1 ลงทุนเพื่อการเกษียณ 32%
อันดับ 2 ลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น 23%
อันดับ 3 ลงทุนในคริปโตฯ 18%
ตามด้วย การลงทุนหุ้นต่างประเทศ, การลงทุนแบบ Trader และการลงทุนแบบ VI มีผลโพลเท่ากัน ตัวเลือกละ 9%
แม้ว่าคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ถือคติ You only live once ที่ดูมีแนวโน้มใช้เงินโดยไม่ได้คำนึงถึงอนาคต แต่จากผลโพลสะท้อนให้เห็นว่า มีคนจำนวนหนึ่งเช่นกัน ที่มองแผนเกษียณของตนเองตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียนหรือวัยทำงาน
ซึ่งสนับสนุนเทรนด์ FIRE (Financial Independence, Retire Early) ที่มุ่งเน้นแสวงหาอิสรภาพทางการเงินเพื่อให้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณไม่ต้องลำบากเรื่องเงิน
อย่างไรก็ตาม ความสนใจในคริปโตฯ และการเก็งกำไรระยะสั้นยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของนักลงทุนมือใหม่ที่สนใจ Digital Asset
ขณะที่ความสนใจหุ้นต่างประเทศและแนวทางลงทุนแบบ Trader หรือ VI ที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกันบ่งชี้ว่า คนรุ่นใหม่บางกลุ่มกำลังอยู่ในช่วงค้นหาสไตล์การลงทุนของตัวเอง
ด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ ผลโพลระบุว่า
อันดับ 1 วิธีคำนวณภาษี ยื่นภาษี และจ่ายภาษี 39%
อันดับ 2 การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 36%
อันดับ 3 จัดการภาษีจากรายได้ทางออนไลน์ 14%
อันดับ 4 กฎหมายภาษี 11%
ในวัยของ First Jobber ที่เริ่มมีรายได้ประจำเข้ามา ความกังวลเรื่องภาษีก็เพิ่มขึ้น บวกกับการทำงานแบบฟรีแลนซ์ที่มีมากขึ้นในยุคนี้ ส่งผลให้คนรุ่นใหม่อยากเรียนรู้การจัดการภาษีด้วยตัวเองในแง่ปฏิบัติคือ วิธีคำนวณและยื่นภาษี มากกว่าทฤษฎีกฎหมายภาษี
ในหมวดบริหารหนี้สิน ผลสำรวจพบว่า
อันดับ 1 ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้าน รถ และบัตรเครดิต 49%
อันดับ 2 ดอกเบี้ยเงินกู้ 37%
อันดับ 3 เครดิตบูโร 14%
เกือบครึ่งของผู้ตอบโพลสนใจขั้นตอนการขอสินเชื่อ สื่อถึงความต้องการเรียนรู้เพื่อวางแผนชีวิตในระยะถัดไป ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือสร้างเครดิตทางการเงิน ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ที่ตามมาเป็นอันดับสอง บ่งชี้ถึงความตระหนักต่อภาระต้นทุนทางการเงิน
ขณะที่ความสนใจเรื่องเครดิตบูโร แม้มีสัดส่วนไม่สูงมาก แต่ก็สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่เริ่มรับรู้ความสำคัญของประวัติทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาสในอนาคต
ในยุคที่ข้อมูลเข้าถึงง่าย แต่ภัยทางการเงินเพิ่มขึ้น ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่การมีตัวเลือกมากขึ้น แต่คือการมีความรู้ทางการเงินที่เพียงพอในการตัดสินใจ
จึงต้องเป็นสิ่งที่ติดตามต่อไปว่าประเทศไทยจะสามารถช่วยให้เหล่าคนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ได้อย่างครอบคลุมหรือไม่
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney