Gen Z (จบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน) กับค่าใช้จ่ายฟิกซ์ที่ล่อไปแล้ว 50% โจทย์หิน จะเอาเงินที่ไหนมาเก็บ? 

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Gen Z (จบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน) กับค่าใช้จ่ายฟิกซ์ที่ล่อไปแล้ว 50% โจทย์หิน จะเอาเงินที่ไหนมาเก็บ? 

Date Time: 11 ม.ค. 2569 08:00 น.

Video

จาก "รวยเงิน จนเวลา" สู่เกษียณ 35! ของพอล ภัทรพล? l Money Secret EP.13

Summary

เมื่อโลกบอกให้รวย แต่ “รายได้” บอกให้รอก่อน Gen Z (เด็กจบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน) กับ ค่าใช้จ่ายประจำ ที่ล่อไปแล้ว 50% โจทย์มหาหิน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเก็บ ? 

Latest


ในช่วงเริ่มต้นปี เรามักถูกถาโถมด้วยคำแนะนำกึ่งกดดันให้ "ประหยัด" "ลดความฟุ่มเฟือย" หรือ "รีบลงทุนให้รวยเร็ว" สำหรับกลุ่ม First Jobber หรือ Gen Z ที่กำลังเริ่มต้นสร้างรายได้ คำแนะนำเหล่านี้อาจฟังดูห่างไกลจากความจริง เพราะคำถามที่ติดอยู่ในใจไม่ใช่จะเก็บอย่างไร 

แต่คือ “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ?” ในเมื่อค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า Financial Anxiety Generation หรือรุ่นที่ต้องแบกความกังวลทางการเงินในระดับเดียวกับผู้ใหญ่ ทั้งที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว

หากเรากำลังเผชิญกับสภาวะที่รายจ่ายคงที่ (Fixed Costs) เช่น ค่าที่พัก การเดินทาง หรือภาระผ่อนต่าง ๆ กินส่วนแบ่งไปแล้วกว่า 40-50% ของเงินเดือน นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับและกรอบแนวคิดใหม่จาก KTC เพื่อให้คุณอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว

3 ความจริงที่ต้องมองให้ทะลุ เพื่อไม่ให้ "พัง" ตั้งแต่เริ่ม

1. เงินคือ "เวลา" ไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี ในวัย 22–25 ปี เราอาจยังไม่มีเงินก้อนใหญ่ แต่สิ่งที่คุณมีมากกว่าใครคือ "ระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวนานกว่า" การเริ่มออมหรือลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มากอย่างสม่ำเสมอในวันนี้ คือการใช้ความได้เปรียบเรื่องเวลาให้เป็นประโยชน์ ความมั่นคงไม่ได้วัดที่ใครมีมากกว่า แต่เริ่มที่ใคร "เริ่มได้เร็วกว่า"

2. ระวัง "การตัดสินใจที่ย้อนกลับไม่ได้" ต้นตอของความจนเรื้อรังมักมาจากการรีบผูกมัดตัวเองกับภาระที่ถอยออกยาก หากคุณเพิ่งเริ่มทำงานแต่ตัดสินใจสร้างรายจ่ายคงที่ (เช่น ซื้อรถ หรือคอนโดฯ) จนสูงเกินครึ่งของรายได้ เพราะหมายถึง เรากำลังทำลาย "ความยืดหยุ่น" ของตัวเอง ในวันที่รายได้ยังไม่นิ่ง ความยืดหยุ่นคือทรัพยากรที่สำคัญพอ ๆ กับเงินสด

3. นิยามใหม่ของความมั่นคง คือ "การไม่ต้องรีบตัดสินใจ" เป้าหมายเงินสำรอง 6-9 เดือนอาจดูไกลเกินเอื้อมสำหรับเด็กจบใหม่ ลองเริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ คือการมีเงินหรือเวลาอย่างน้อย 30-60 วัน ที่เราสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันทางการเงิน ระยะเวลานี้จะเปลี่ยนโหมดสมองจาก "ต้องเลือกเดี๋ยวนี้" (เพราะไม่มีกิน) เป็น "ขอคิดก่อน" ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น

ทางออกที่ "เป็นไปได้จริง" สำหรับ Gen Z ยุคนี้

หากวันนี้โลกบอกให้เรารีบรวย แต่รายได้บอกให้รอ วิธีการปรับตัวที่ทำได้จริงและไม่ขายฝัน อาจเป็นดังนี้ ...

  • รักษาสมดุล Fixed Costs: พยายามคุมรายจ่ายคงที่ให้อยู่ในระดับที่ขยับเขยื้อนได้ อย่าเพิ่งรีบสร้างหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องผ่อนยาวหลายปีในช่วง 1-2 ปีแรกของการทำงาน เพื่อรักษา "พื้นที่ในการปรับตัว" สร้าง "เวลา" ให้ตัวเอง: หาก
  • เงินออมยังน้อย ให้เน้นไปที่การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อซื้อ "เวลา" การมีเงินสำรองเพียงพอสำหรับ 1-2 เดือน ก็เพียงพอที่จะทำให้คุณไม่ต้องรับงานเสริมที่กดราคา หรือทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บั่นทอนโอกาสในอนาคต
  • เข้าใจกติกาที่เปลี่ยนไป: ยอมรับว่าโลกปัจจุบันต้นทุนชีวิตสูงและความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ การบริหารเงินจึงไม่ใช่แค่การออมเงินตามสูตรสำเร็จเดิม ๆ แต่คือการเข้าใจโครงสร้างระหว่าง เงิน เวลา และการตัดสินใจ

สรุปแล้ว การเป็น Gen Z ในยุคนี้ไม่ได้แปลว่าบริหารเงินไม่เป็น แต่กติกาโลกมันยากขึ้น การไม่รีบสร้างภาระที่ถอยไม่ได้ และการเห็นค่าของ "เวลา" จะเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้เราสร้างความมั่งคั่งได้ในระยะยาวอย่างมั่นคงแท้จริง

ที่มา : เคทีซี 

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ