
ยื่นภาษีแบบคนยุคใหม่! ไม่ต้องรื้อสลิปเงินเดือน วิธีใช้ D-MyTax ดึงข้อมูลรายได้-ลดหย่อน ยื่นภาษี 2568 สรุปต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน?
เข้าสู่ช่วง "ฤดูกาลยื่นภาษี" ของปีภาษี 2568 (ยื่นในช่วงต้นปี 2569) เชื่อว่าหนึ่งในปัญหาที่มนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ต้องเจอเหมือนกันทุกปีคือ "เอกสารหาย" ไม่ว่าจะเป็นสลิปเงินเดือนสะสมทั้งปี หรือใบเสร็จค่าลดหย่อนต่างๆ จนกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว
แต่รู้หรือไม่ว่า เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องรื้อลิ้นชักหาเอกสารให้วุ่นวาย เพราะกรมสรรพากรมีเครื่องมือที่ชื่อว่า D-MyTax (Digital My Tax) ซึ่งเปรียบเสมือน "สมุดบัญชีภาษีส่วนบุคคล" ที่รวบรวมข้อมูลของเราไว้ในที่เดียว ช่วยให้การยื่นภาษีปีนี้ง่ายและประหยัดเวลาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
D-MyTax คือระบบที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนจากหน่วยงานต่างๆ มาไว้ในระบบออนไลน์ จุดเด่น คือ
1.ลดความยุ่งยาก ไม่ต้องกรอกข้อมูลเองทั้งหมด ระบบจะดึงข้อมูลที่สรรพากรมีอยู่แล้วมาโชว์ให้เห็น
2.เช็กได้ทันที รู้เบื้องต้นว่าปีนี้เรามีรายได้เท่าไหร่ มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง และ "ต้องจ่ายเพิ่ม" หรือ "ได้เงินคืน"
โดยวิธีเช็กข้อมูลก่อนยื่นภาษีนั้น เราสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เลือกเมนู My Tax Account และ Login ด้วยระบบ Digital ID (เช่น แอปฯ ThaID หรือ NDID) เพื่อความปลอดภัย เมื่อเข้าไปแล้วให้ไล่เช็ก 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้
1. ตรวจสอบรายได้ (Income) ระบบจะแสดงรายได้จากเงินเดือน หรือรายได้จากการจ้างงานอื่นๆ ที่นายจ้างนำส่งข้อมูล
อย่างไรก็ดี ข้อควรระวัง ช่วงต้นเดือนมกราคม ข้อมูลอาจยังไม่ครบ เพราะนายจ้างมีกำหนดส่งข้อมูลเงินเดือน/ค่าจ้าง ภายในวันที่ 15 ก.พ. หากเช็กแล้วยังไม่ขึ้น ไม่ต้องตกใจ ให้รอช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ข้อมูลจะนิ่งที่สุด
2. ตรวจสอบค่าลดหย่อนต่างๆ ระบบจะดึงข้อมูลจากปีที่เราเคยยื่นครั้งก่อนมาปรากฏให้เห็น แต่นี่คือจุดที่ "ต้องระวังที่สุด" เพราะข้อมูลนี้เป็นการอ้างอิงอดีต หากสถานะเปลี่ยนเราต้องแก้ไขเอง
ตัวอย่าง
หากปีที่แล้วเราลดหย่อนได้แค่ค่าดูแลคุณพ่อที่ไม่มีรายได้ แต่ปีนี้คุณแม่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว ระบบอาจจะยังไม่เพิ่มชื่อคุณแม่ให้โดยอัตโนมัติ เรามีหน้าที่ต้องกรอกเพิ่มเองในขั้นตอนการยื่นแบบ
3. การออม การลงทุน และประกันชีวิต ข้อมูลกลุ่ม RMF, Thai ESG ,Thai ESGX รวมถึงเบี้ยประกันชีวิต มักจะถูกส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติหากเรากดยินยอม (Consent) ให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทประกันส่งข้อมูลให้สรรพากร
แต่หากข้อมูลยังไม่ขึ้น แต่เรามีเอกสารในมือแล้ว สามารถกรอกตัวเลขเองได้เลยในขั้นตอนการยื่นแบบ ไม่จำเป็นต้องรอให้ระบบอัปเดต
4. สิทธิลดหย่อนพิเศษ (เช่น Easy e-Receipt 68) สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะปี ข้อมูลมักจะเริ่มแสดงผลแล้ว ให้ลองตรวจสอบยอดรวมว่าตรงกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่เราได้รับหรือไม่
แม้ D-MyTax จะสะดวกสบายแค่ไหน แต่กูรูด้านภาษีหลายท่านย้ำเตือนว่า "อย่าเพิ่งกดตกลงยื่นภาษีทันทีที่เห็นตัวเลขในระบบ"
เหตุผลคือ D-MyTax เป็นเพียงเครื่องมือ "ช่วยตรวจสอบ" เท่านั้น แต่ความรับผิดชอบในการยื่นภาษีให้ถูกต้องและครบถ้วนเป็นของ "ผู้เสียภาษี" 100% หากระบบดึงข้อมูลมาไม่ครบ หรือดึงมาผิด (เช่น ลืมรายได้เสริมบางอย่าง) แล้วเรากดยื่นไปทั้งอย่างนั้น หากถูกตรวจพบย้อนหลัง เราจะไม่สามารถอ้างได้ว่า "ก็ในระบบมันโชว์แบบนี้"
เพื่อให้ไม่พลาดสิทธิและไม่ต้องเสียค่าปรับ
สรุปแล้ว การใช้ D-MyTax ช่วยให้เราเห็น "ภาพกว้าง" ของภาษีตัวเองได้เร็วขึ้น ช่วยให้คำนวณได้คร่าวๆ ว่าจะเหลือเงินไปใช้สอยหรือต้องเตรียมเงินไว้จ่ายภาษีเพิ่มเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ ก็อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องด้วยตัวเองอีกครั้งก่อนกดปุ่ม "ยืนยัน" เพื่อการเสียภาษีที่ถูกต้องและสบายใจที่สุดนั่นเอง
ที่มา : กรมสรรพากร
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney