โลกตึงเครียด! ราคาทองคำ ไปต่อแค่ไหน? อยากซื้อตอนนี้ วางแผนยังไงให้เสี่ยงน้อยสุด

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

โลกตึงเครียด! ราคาทองคำ ไปต่อแค่ไหน? อยากซื้อตอนนี้ วางแผนยังไงให้เสี่ยงน้อยสุด

Date Time: 6 ม.ค. 2569 15:15 น.

Video

Sony ทำได้ยังไง ? หาเงินจากทุกสิ่ง แบบไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร | Digital Frontiers EP.51

Summary

ราคาทองคำโลกและไทยกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง แต่จากปีก่อนที่เพิ่มขึ้นทะลุ 60% ถ้าอยากเก็งทองคำในปี 2026 ต้องวางแผนยังไงไม่ให้เสี่ยงดอย

Latest


แม้วันปีใหม่ราคาทองคำไทยจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยบ้าง แต่หลังเกิดเหตุการณ์ สหรัฐฯ บุกจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัยว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากสหรัฐฯ ต้องการยึดทรัพยากรน้ำมันในเวเนซุเอลาหรือไม่

สถานการณ์ไม่คาดคิดนี้ทำให้ราคาทองคำโลกหรือ Gold Spot พุ่งขึ้นแรงเข้าใกล้ระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จนล่าสุด 6 มกราคม 2026 ราคาทองคำโลกอยู่ที่ 4,462 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (14.22 น.) ส่วนราคาทองคำแท่งไทยขายออกอยู่ราว 65,850 บาทต่อบาททองคำ  

แล้วราคาทองคำจะไปไกลแค่ไหน? 

นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลายบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินทั่วโลรวมถึง JP Morgan คาดว่าราคา Gold Spot อาจจะไปถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วงสิ้นปีนี้ แน่นอนว่าราคาทองคำไทยก็มีโอกาสปรับขึ้นตาม แม้จะโดนฉุดรั้งไว้จากเงินบาทที่แข็งค่า

ฝั่ง MTS Gold (ห้างทองแม่ทองสุก) ยังมองว่าในเชิงเทคนิค ราคาทองคํายังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น หลังจากช่วงสิ้นปี 2025 เห็นการปรับฐานลงมาแนวรับสําคัญที่ 4,320 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นครั้งที่ 3 จึงมองว่าช่วง 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ถือเป็นแนวรับหลัก นักลงทุนทยอยเข้าสะสมได้

ในระยะสั้นมองแนวรับราคาทองคำโลกไว้ที่ 4,420-4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,480-4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ส่วนราคาทองคำไทย บางช่วงพุ่งขึ้นไปราว 66,000 บาทต่อบาททองคำ ในระยะสั้นประเมินแนวรับที่ 65,200 บาท และแนวต้านที่ 66,200 บาท ยังแนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะราคาย่อลงมาค่อยเข้าซื้อ

ขณะที่ทาง กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง ทองแนวรับไว้ที่ 65,400 บาท และ 65,100 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 65,950 บาท และ 66,200 บาท แต่ถ้าถามว่าจุดไหนควรซื้อขายก็มีคำแนะนำเชิงเทคนิคว่า สามารถทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 65,950 บาทและทยอยซื้อตามแนวรับที่ 65,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,100 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าไปทางไหน และจะมีปฏิบัติการเพิ่มเติมหรือไม่ (หลายฝ่ายกังวลกรณีโคลอมเบีย) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาทองคำ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ เช่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือน ธ.ค. 2025, การจ้างงานนอกภาคเกษตร เป็นต้น ส่วนไทยต้องติดตามค่าเงินบาทว่าจะเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นหรือไม่ 

เทคนิค “เก็งกำไร ลดเสี่ยงติดดอย”

เมื่อราคาทองคำพุ่งเกินกว่า 60% ยิ่งทำให้ใครที่จะเก็งกำไรทองคำ ต้องคิดถึงให้รอบด้าน Thairath Money มีคำแนะนำสำหรับคนอยากซื้อ-ขายทองในปี 2026 ไว้ดังนี้

Stop Loss ต้องชัด: ก่อนเก็งกำไรทองคำ อาจวางแผนว่า กำไรเท่าไรถึงพอ หรือต้องราคาลงไปถึงจุดไหนเราต้องตัดใจขายขาดทุน แทนที่จะรอให้ราคาร่วงไปสุดกู่แต่เราอาจหาโอกาสเพื่อเข้าซื้อทำกำไรครั้งใหม่แทน

แบ่งไม้ทยอยซื้อ (DCA): ไม่ว่าจะเก็งกำไรสั้น หรือ ซื้อไว้ถือยาว อย่าทุ่มเงินก้อนเดียวในตอนนี้ อาจแบ่งเงินออกเป็น 3-5 ส่วน แล้วทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาในแนวรับ หรือราคาที่คิดว่าต่ำแล้ว

ลงทุนทอง ต้องคิดถึงพอร์ตรวม: ตามทฤษฎีสัดส่วนทองคำในพอร์ตลงทุนไม่ควรมีทองคำเกิน 10-15% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด กรณีนี้คือการมีทองคำไว้กระจายความเสี่ยง แต่ถ้าใครเทรดทองเป็นหลัก ก็ต้องจัดพอร์ตตามความเสี่ยงที่รับไหว

ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ: กรณีเทรดเชิงเทคนิคอาจต้องติดตามรายชั่วโมงหรือรายวัน แต่ถ้ามองเรื่องการถือยาว ควรมองปัจจัยรอบด้าน และตามข่าวราคาทองคำโลกอยู่เสมอเพื่อปรับพอร์ตหรือทยอยซื้อ-ขายตามแผนการเงินที่วางไว้ 

ไม่ว่าจะลงทุนทองคำเพื่อเป้าหมายไหนในชีวิต การติดตามข่าวสาร ราคาสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อปรับแผนการเงินส่วนตัวยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ