ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? เงินเข้าบ่อยๆ อย่าลืมทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ถูกต้อง

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

    ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? เงินเข้าบ่อยๆ อย่าลืมทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ถูกต้อง

    Date Time: 12 ธ.ค. 2566 15:40 น.

    Video

    ต้นทุนพุ่ง! นำเข้าสินค้าออนไลน์ เตรียมรับมือ ภาษีนำเข้า 1 บาท (ม.ค. 69)  | Thairath Money Night Stand EP.25

    Summary

    ขายของออนไลน์-บริการออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? เงินเข้าบ่อยๆ อย่าลืมเตรียมความพร้อม จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างถูกต้อง และหาช่องทางลดหย่อนภาษีตามสิทธิด้วย

    รู้หรือไม่? การขายสินค้า หรือให้บริการ Online นั้น มีภาระภาษีไม่ได้แตกต่างไปจากธุรกิจปกติทั่วไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่หลายๆ คนควรต้องรู้  

    หากกำลังตัดสินใจจะลาออกจากงานประจำ หวังผันตัวเป็นผู้ประกอบการ หรือค้าขายออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน เผื่อจะได้วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไร ช่วยแบ่งเบาภาษีที่ต้องจ่ายจริงได้บ้าง 

    สำหรับภาระภาษีอากรเมื่อขายของทางออนไลน์ต้องเสียนั้น มีดังต่อไปนี้ 

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม 

    เจ้าของสินค้า หรือร้านค้าที่เป็นผู้ประกอบการ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเมื่อจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น แยกเป็นกรณี ดังนี้ 

    • การขายสินค้า : ความรับผิดจะเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้าแล้ว 
    • การให้บริการ : ความรับผิดจะเกิดขึ้นเมื่อร้านค้าได้รับชำระค่าบริการ 

    ภาษีเงินได้ 

    ผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ ซึ่งแบ่งตามประเภทใด ดังนี้ 

    • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ในช่วงกลางปี และยื่น ภ.ง.ด.90 ในช่วงปลายปี 
    • ภาษีเงินได้นิติบุคคล : ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ในช่วงกลางปี และยื่น ภ.ง.ด.50 สำหรับสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี 

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 

    เมื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นผู้จ่ายเงินให้กับผู้รับเงิน มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้ขาย หรือร้านค้าที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการขายให้แพลตฟอร์มจะต้องหัก

    เงินเข้าบ่อยๆ ต้องเสียภาษีไหม?

    สำหรับปัจจุบันใครๆ ก็หันมาใช้อีเพย์เมนต์ (e-payment) โดยธนาคารจะต้องส่งข้อมูลให้กับสรรพากร หากเข้าข่าย “ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ” หรือธุรกรรมการฝากเงิน การรับโอนเงิน (เฉพาะเงินโอนเข้าบัญชี) รวมกันทุกบัญชีใน 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ภายในปีนั้นๆ โดยธุรกรรมลักษณะเฉพาะนี้ไม่ได้กำหนดเฉพาะคนขายของออนไลน์เท่านั้น แต่ใช้กับทุกคน

    • จำนวนเงินโอนเข้าบัญชีตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป โดยไม่กำหนดยอดรวมธุรกรรมเงินโอนเข้าบัญชี
    • จำนวนเงินโอนเข้าบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป โดยยอดรวมธุรกรรมเงินโอนเข้าบัญชีตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

    ถ้าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง ธนาคารจะส่งข้อมูลให้สรรพากร โดยผู้ที่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด จึงควรเตรียมความพร้อมด้วยการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างถูกต้อง เก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ และยื่นแสดงรายการภาษีให้ครบถ้วนด้วย

    4 สิทธิ "ลดหย่อนภาษี" สำหรับคนขายของออนไลน์

    อย่างไรก็ดี อาชีพขายของออนไลน์ ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ฉะนั้นอย่าลืมวางแผนภาษี 

    • หักค่าใช้จ่ายตามประเภทของรายได้ที่ 8 เงินได้ตามมาตรา 40 (8) แบบเหมา 40-60% ของเงินได้หรือตามจริง
    • ประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดถึง 100,000 บาท/ปี สำหรับประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
    • ประกันสุขภาพของตัวเอง ลดหย่อนได้ตามจริง หรือสูงสุด 25,000 บาท/ปี แต่ประกันสุขภาพ + ประกันชีวิต = รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท/ปี
    • บริจาคสนับสนุนการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ และโรงพยาบาลรัฐ ลดหย่อนได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

    Author

    กองบรรณาธิการ

    กองบรรณาธิการ