คาดกำไรแบงก์ 9 เดือนแรก ปี 66 อยู่ที่ 1.91 แสนล้าน สินเชื่อเติบโตต่ำ ต้นทุนฝากเงินเริ่มเร่งตัว

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

คาดกำไรแบงก์ 9 เดือนแรก ปี 66 อยู่ที่ 1.91 แสนล้าน สินเชื่อเติบโตต่ำ ต้นทุนฝากเงินเริ่มเร่งตัว

Date Time: 18 ต.ค. 2566 14:55 น.

Video

บุกโรงงานญี่ปุ่น ทัวร์ Glico ยักษ์ใหญ่อาหาร 3 แสนล้านเยน | BrandStory EP.27

Summary

แม้อัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ขยับขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ย แต่ต้นทุนเงินฝากก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของแบงก์ไทยในไตรมาส 3 ปี 2566 ขยับขึ้นในกรอบจำกัดที่ 3.14-3.18% ขณะที่กำไร 9 เดือนแรกของปี 2566 คาดว่าจะอยู่ในกรอบประมาณ 1.86-1.91 แสนล้านบาท ส่วนภาพรวมสินเชื่อยังเติบโตในกรอบต่ำ

Latest


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin: NIM) ของระบบแบงก์ไทยให้ขยับขึ้นมาอยู่ในกรอบ 3.14-3.18% ในไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งคงต้องยอมรับว่า ต้นทุนการระดมเงินฝากก็อาจขยับสูงขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยเช่นกัน

สินเชื่อยังเติบโตในกรอบต่ำที่ 0.1-0.3%

สำหรับในด้านสินเชื่อคาดว่า จะยังเติบโตในกรอบต่ำที่ 0.1-0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 3 ปี 2566 ขณะที่การปรับสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในระหว่างไตรมาสก็อาจมีผลกระทบต่อการบันทึกมูลค่าตามราคาตลาดของสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนของธนาคารพาณิชย์ และเมื่อรวมผลของปัจจัยนี้เข้ากับภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ยังชะลอตัว ก็อาจทำให้รายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ปี 2566 มีทิศทางชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ที่ผ่านมา   

ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ทำให้การดูแลคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อยังคงเป็นโจทย์ต่อเนื่องที่สำคัญของธนาคารพาณิชย์ โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 ยังคงเห็นธนาคารพาณิชย์ติดตามและประเมินความสามารถในการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ ช่วยลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ควบคู่กับการเร่งจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) เพื่อรักษาระดับ NPLs และลดแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในการกันสำรองฯ 

ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า สัดส่วน NPLs ของระบบธนาคารพาณิชย์ อาจทรงตัวหรือมีโอกาสปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ในกรอบ 2.63-2.67% ต่อสินเชื่อรวมในไตรมาส 3 ปี 2566 ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองฯ ต่อสินเชื่อ (Credit Cost) อาจลดลงเล็กน้อยมาอยู่ในกรอบ 1.25-1.29% ในไตรมาส 3 ปี 2566 แต่ก็ยังนับเป็น Credit Cost ที่สูงกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติ   

กำไรระบบแบงก์ไทย 9 เดือนแรกปี 66 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.86-1.91 แสนล้าน

ดังนั้นแล้วกำไรสุทธิของระบบแบงก์ไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 น่าจะทำได้ในกรอบประมาณ 1.86-1.91 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้จากดอกเบี้ยสุทธิยังน่าจะเติบโตต่อเนื่องและเป็นแรงหนุนสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 เพราะ NIM ของระบบแบงก์ไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 

จับตาทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ-นอกประเทศ

อย่างไรก็ดี การประคองผลการดำเนินงานท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังคงเป็นโจทย์ที่กระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งปรับตัว ดังนั้น ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 จะยังคงเห็นความพยายามของธนาคารพาณิชย์ในการจัดการปัญหา NPLs พร้อมๆ กับการเตรียมสภาพคล่องเพื่อพร้อมรองรับความต้องการใช้สภาพคล่องในระบบที่อาจเพิ่มขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 

รวมไปถึงการดูแลให้การเติบโตของเงินฝากสอดคล้องกับสัญญาณสินเชื่อ โดยอาจมีการออกแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษต่อเนื่องเพื่อระดมสภาพคล่อง และแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพื่อเป็นตัวเลือกของผู้ฝากเงินในช่วงปลายปี นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์คงต้องเตรียมปรับตัวเพื่อรับมือกับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2567 ด้วยเช่นกัน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ