ผลสำรวจพบ น่าห่วง! คนไทย ยังขาดความรู้ทางการเงินที่สำคัญ “ดอกเบี้ย-ความเสี่ยงลงทุน-มูลค่าเงิน” 

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

    ผลสำรวจพบ น่าห่วง! คนไทย ยังขาดความรู้ทางการเงินที่สำคัญ “ดอกเบี้ย-ความเสี่ยงลงทุน-มูลค่าเงิน” 

    Date Time: 12 ต.ค. 2566 16:37 น.

    Video

    บุกโรงงานญี่ปุ่น ทัวร์ Glico ยักษ์ใหญ่อาหาร 3 แสนล้านเยน | BrandStory EP.27

    Summary

    ผลสำรวจพบ คนไทย มีทักษะทางการเงินสูงขึ้น ขณะกลุ่มคน อายุ 30-39 ปี คะแนนสูงสุด แต่ยังน่าห่วง หลังส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ เรื่อง “ดอกเบี้ย-ความเสี่ยงลงทุน และ มูลค่าเงิน” ท่ามกลางความท้าทายของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

    Latest


    เพราะ “ความรู้ทางการเงิน” คือ ทักษะสำคัญของชีวิต บ้างบอกการวางแผนทางการเงิน มีค่า เทียบเท่ากับ “การวางแผนชีวิต” เสียด้วยซ้ำ ยิ่งขณะนี้ ประเทศไทย กำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ และสังคมหลายด้าน เช่น หนี้สินภาคครัวเรือนสูงเทียบเท่าประเทศกำลังพัฒนา, การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ, เงินเฟ้อ, ดอกเบี้ย และความผันผวนของสินทรัพย์ต่างๆ ค่าเงิน, ราคาทอง, หุ้น, น้ำมัน ฯล ทักษะทางการเงินที่ดีติดตัว จึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้กับเราได้ 

    คนไทยมีทักษะการเงิน มากน้อยแค่ไหน ? 

    เมื่อความจำเป็นข้างต้น มากขนาดนั้น คำถามที่ตามมาก็คือ แล้ว คนไทย มี “ทักษะการเงิน” มากขนาดไหน? ไม่ว่าจะเป็น 

    • ความรู้ทางการเงิน
    • พฤติกรรมการเงินที่ดี
    • ทัศนคติทางการเงิน 

    ล่าสุด สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยว่า จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบ คนไทยมีพัฒนาการด้านทักษะทางการเงินที่ดีขึ้น ในทุกช่วงวัย โดยคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2016-2020 และมีลักษณะเป็น hump shape 

    ซึ่งหมายถึง คนมักเพิ่มพูนทักษะทางการเงินตามอายุที่มากขึ้นและจะเริ่มมีทักษะที่แย่ลงเมื่อมีเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยหากแบ่งกลุ่มคนตามช่วงอายุ พบ คนวัย 30-39 ปี มีทักษะสูงสุด รองลงมา เป็นกลุ่ม 20-29 ปี และ 40-49 ปี ใกล้เคียงกัน 

    ทั้งนี้ จากภาพรวมการสำรวจระดับทักษะทางการเงินครั้งล่าสุดของไทยเมื่อปี 2020 พบว่าทักษะทางการเงินของคนไทยมีคะแนนเฉลี่ย 71% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการสำรวจของกลุ่มประเทศ OECD ที่ 60.5%

    3 ความรู้ทางการเงิน ที่คนไทยยังด้อย 

    แต่ถึงแม้ไทยจะมีค่าเฉลี่ยคะแนนที่ค่อนข้างสูง แต่ในรายงานฉบับนี้ พบยังมีหลายด้านที่ควรต้องส่งเสริม โดยเฉพาะ แง่ความรู้ทางการเงิน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่...

    • วิธีคำนวณดอกเบี้ยและเงินฝากทบต้น
    • วิธีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
    • ความเข้าใจและการตระหนักในมูลค่าของเงินตามกาลเวลา

    ทั้งๆที่ 3 สิ่งนี้ นับเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นต่อการวางแผนและการตัดสินใจทางการเงินส่วนบุคคลและครัวเรือน นอกจากนี้ หากพิจารณาในด้านพฤติกรรมทางการเงินของคนไทยจะพบว่า คนไทยยังคงด้อยในเรื่องการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนการเลือกซื้อ/ใช้บริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกด้วย 

    กระตุกรัฐ ช่วยหนุนความรู้การเงินคนไทย 

    ผู้วิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย ยังทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุด จุดหมายปลายทางหลักที่เราอยากเห็นคงไม่ใช่เพียงแค่อยากให้คนมีระดับทักษะทางการเงินที่ดีขึ้น แต่เราอยากเห็นคนในสังคมมีสุขภาพทางการเงินและภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นด้วย 

    ซึ่งการกระตุ้นให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ คงไม่สามารถอาศัยแค่กลไกใดกลไกหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยแรงผลักจากหลายทางร่วมกัน ผู้ดำเนินนโยบายเองก็ต้องช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ทั้งการลงทุนในด้าน financial education ในรูปแบบเหมาะสม การกำกับดูแล การออกนโยบายที่จะช่วยลดอคติด้านพฤติกรรมของคน (behavioral biases) รวมถึงนโยบายที่ช่วยลดต้นทุนการตัดสินใจที่ผู้บริโภคต้องเผชิญในตลาดผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อให้คนช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจัดการและตัดสินใจทางการเงินได้ดีขึ้น


    Author

    กองบรรณาธิการ

    กองบรรณาธิการ