
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงเดินหน้าหาทางปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้คนไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมา พบข้อมูลแนวโน้ม คนไทยมีหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน มากขึ้น โดยหวังจะช่วยแก้ปัญหาหนี้เรื้อรัง ให้ลูกหนี้สามารถจ่ายหนี้ได้ตามปกติ หรือ แม้ยังปิดจบหนี้ไม่ได้ แต่ก็ชำระหนี้ได้เร็วขึ้น และมีเงินเหลือพอดำรงชีพ
อีกทางจะได้ช่วยกระจายเม็ดเงินการใช้จ่ายใหม่ๆ สู่ระบบ เพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วย เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือนของคนไทย ถูกมอง จะเป็นระเบิดเวลาต่อ การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า หากยังไม่สามารถหาทางแก้ให้คลี่คลายลงได้
ล่าสุด ธปท. เปิดสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย โดยพบว่า มาตรการที่ผ่านมา และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อาจยังไม่เพียงพอให้ ระดับหนี้ครัวเรือนของไทย ลดต่ำลงมาอยู่ระดับที่ควรจะเป็น แต่ปัจจุบัน อยู่ในสัดส่วนมากกว่า 80% กรอบต้องเฝ้าระวัง
หนำซ้ำ เมื่อมีการปรับปรุงข้อมูลใหม่ โดยเพิ่มหนี้อีก 4 กลุ่มใหญ่เข้ามา เมื่อช่วง ณ ไตรมาสแรก ได้แก่ หนี้ กยศ., หนี้สหกรณ์ (อื่นๆ), หนี้การเคหะแห่งชาติ และหนี้พิโกไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นผู้กู้รายใหญ่ ทำให้เห็น มูลหนี้ของคนไทยรวมอยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท หรือสัดส่วน 90.6% ต่อ GDP ซึ่งอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยง
สแกน 4 หนี้ที่ต้องเร่งแก้ไข
เจาะหนี้เสียที่มีอยู่ในปัจจุบัน สลักหลัง รหัส 21 ในนิยามของ ธปท. ย้อนไปในช่วงเกิดโควิด-19 เติบโตสูง โดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นหนี้ส่วนบุคคล และ หนี้ในภาคการเกษตร
ทั้งนี้ หลังจาก ธปท. ออกนโยบายผลักดันให้เจ้าหนี้ หาแนวทางการช่วยเหลือ เช่น การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เปิดให้มีคลินิกแก้หนี้ มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ และ ทางด่วนแก้หนี้นั้น ทำให้ ยอดหนี้ดังกล่าว ลดลงจากจุดสูงสุดในเดือน ต.ค.2565 ที่ 4.7 ล้านบัญชี แต่ก็ยังมีความผันผวนรายเดือน โดย ณ สิ้นเดือน มี.ค.2566 อยู่ที่ 4.4 ล้านบัญชี
มาตรการ PD แก้หนี้ของ ธปท. จบหนี้ใน 5 ปี ดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 15% ต่อปี
สำหรับมาตรการแก้หนี้ของ ธปท. ล่าสุด ที่จะถูกนำมาดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาครัวเรือนอย่างตรงจุดมากขึ้น นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า นอกจากการให้เร่งรัดในฝั่งเจ้าหนี้ ให้ออกสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมแล้ว
ธปท.จะเจาะ การดูแลหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ให้ลูกหนี้ มีทางเลือกปิดจบหนี้ได้ ขณะเดียวกัน หนี้ใหม่ ต้องมีคุณภาพ ไม่กลายเป็นปัญหาในอนาคต รวมไปถึง หนี้นอกระบบเตรียมบังคับใช้ หลักการมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง (PD) ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2567 กับ 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
เป็นหนี้นาน 3 ปีย้อนหลัง (มีสัญญาณเป็นหนี้เรื้อรัง)
ลูกหนี้เรื้อรัง ที่เป็นหนี้นาน 5 ปีย้อนหลัง
ถ้าเป็นหนี้อยู่ จะได้อะไรจากแนวทางแก้หนี้
ทั้งนี้ ธปท. ตอบคำถามที่ว่า การแก้หนี้แบบ PD ข้างต้น จะทำให้ต้องผ่อนชำระค่างวดที่สูงขึ้นหรือไม่ ว่า ลูกหนี้ที่แก้หนี้แบบ PD ในมาตรการแก้หนี้ล่าสุดของ ธปท.นั้น ลูกหนี้ส่วนใหญ่ จะไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดเหลือ ไม่เกิน 15% ต่อปี (เทียบกับสูงสุด 25%ก่อนเข้าโครงการ) ซึ่งจะทำให้การผ่อนชำระเท่าเดิม แต่สามารถนำค่างวดไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น จึงทำให้สามารถปิดจบหนี้ได้จริงภายใน 5 ปี