
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยถึงกรณีธนาคารกลางของเมียนมาประกาศให้ภาคธุรกิจระงับการชำระหนี้ต่างประเทศ ว่ายังไม่พบลูกค้าของเอ็กซิมแบงก์ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังสามารถรับชำระเงินเป็นค่าเงินบาทได้ ซึ่งเป็นผลจากการค้าชายแดนที่ทำให้มีเงินบาทอยู่ในเมียนมาสูง ขณะเดียวกันภาคธุรกิจของเมียนมาจะมีสำนักงานแหล่งที่ 2 อยู่ที่สิงคโปร์ ซึ่งสามารถทำธุรกรรมได้ตามปกติ แต่หากมีปัญหา เอ็กซิมแบงก์ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ เช่น การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป 60-90 วัน เป็นต้น
“เหตุการณ์ในเมียนมานั้น เรื่องการชำระหนี้ ไม่น่ากังวล แต่สิ่งที่ต้องระวัง และน่ากังวลมาก คือ การไหลเข้ามาทำงานในไทยของแรงงานเมียนมา หากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้น เชื่อว่าจะมีแรงงานต่างชาติไหลเข้ามาแน่นอน ดังนั้นการประกาศปรับขึ้นค่าแรงอาจต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน”
นายรักษ์กล่าวว่าธนาคารยังได้เตรียมเงินทุนสำหรับการปล่อยสินเชื่อให้กับอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มการลงทุนของโลก โดยเอ็กซิมแบงก์ได้เตรียมที่จะออกหุ้นกู้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อนำมาปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจสีเขียว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ในเดือน ก.ย.นี้ และหากได้รับการตอบรับดี ก็จะออกหุ้นกู้อีก 5,000 ล้านบาท โดยหุ้นกู้จะมีอายุประมาณ 5-7 ปี การออกหุ้นกู้ของเอ็กซิมแบงก์ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเอ็กซิมแบงก์ต้องการเงินทุน เพื่อนำไปปล่อยเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนไปลงทุนในธุรกิจพลังงาน และออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV แล้วนำเงินเข้าประเทศ”.