
ธุรกิจการเงินการธนาคารในยุคดิจิทัล คู่แข่งในตลาดเกิดขึ้นมากมาย กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ หากคิดช้าทำช้าเจอผลกระทบแน่นอน ย้อนกลับไปดูโครงสร้างธุรกิจธนาคารพาณิชย์แบบเดิมๆ ที่พึ่งพาช่องทางสาขาและแข่งขันกันเปิดสาขาย่อยเต็มไปหมด แต่เมื่อยุคดิจิทัลก้าวเข้ามาถึง บริการทางการเงินทั้งหมดถูกจับใส่ในแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าใช้บริการสาขาลดลง สวนทางกับขนาดองค์กรของธนาคารที่มีขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นหมายถึงต้นทุนมหาศาลที่ต้องแบกรับ
ที่สำคัญธุรกิจธนาคารพาณิชย์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทุกย่างก้าวต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. เมื่อโลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไว ระเบียบขั้นตอนยิ่งกลายเป็นตัวถ่วง เนื่องด้วยความคล่องคือปัจจัยชี้วัดผลสำเร็จของโลกธุรกิจยุคใหม่!!!
จนเมื่อวันที่ 22 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงซึ่งเขย่าวงการการเงินการธนาคารครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “SCBX” วางเป้าหมายให้ “SCBX” เป็นมากกว่า Holding company (โฮลดิ้ง คอมพานี) แต่เป็นยานแม่ที่สนับสนุนบริษัทลูกให้เติบโตในธุรกิจแขนงต่างๆ พร้อมโชว์แผนธุรกิจ 5 ปี มุ่งสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาคอาเซียนขยายฐานลูกค้าจากปัจจุบัน 16 ล้านราย เพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านราย
ภายใต้ “SCBX” เบื้องต้นมีการแตกไลน์ธุรกิจออกเป็น 15 บริษัท ดังนี้ 1. บริษัท หลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCB Securities) ทำธุรกิจหลักทรัพย์ 2.บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) โฟกัสด้านนวัตกรรมดิจิทัลและการลงทุนในกองทุน 3.บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ทำธุรกิจโทเคนดิจิทัลครบวงจร 4.บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) ฟินเทคสตาร์ตอัพซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างเอสซีบีและ Abakus Group ฟินเทค ยูนิคอร์นจากประเทศจีน 5.บริษัท เอสซีบี เทคเอกซ์ จำกัด (SCB Tech X) บริษัทเทคโนโลยีซึ่งจะร่วมมือกับเทคคัมปะนีระดับโลก 6.บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Purple Ventures) ทำธุรกิจใหม่ อาทิ ฟู้ดดีลิเวอรีในนาม “โรบินฮู้ด”
7.บริษัท เอสซีบี อบาคัส (SCB ABACUS) ทำธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI 8.บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด (Digital Ventures) พัฒนาโซลูชันแพลตฟอร์ม 9.บริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด (Alpha X) ผ่านร่วมมือกับบริษัท มิลเลนเนียมกรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด บุกธุรกิจลีสซิ่งและให้สินเชื่อรีไฟแนนซ์ เน้นตลาดรถหรู 10.บริษัท เอไอเอสซีบี จำกัด (AISCB) ร่วมลงทุนกับเอไอเอส ทำธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล
11.บริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด (Auto X) ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 12.บริษัท คาร์ดเอกซ์ จำกัด (Card X) ทำธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต รับโอนพอร์ตสินเชื่อมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ 13.บริษัท บริหารสินทรัพย์ คาร์ดเอกซ์ จำกัด (Card X AMC) 14.กองทุนเพื่อการลงทุนหรือ Venture Capital ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างเอสซีบีและเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี
และสุดท้ายอันดับที่ 15. ธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงทำธุรกิจธนาคารพาณิชย์เหมือนเดิม โลโก้ยังคงใช้ “ธนาคารไทยพาณิชย์” หรือ SCB ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่จะมีขนาดเล็ก เนื่องจากมีการโอนย้าย พนักงาน และธุรกิจออก ไปตามไลน์ธุรกิจใหม่ เพื่อความคล่องตัว มากขึ้น
และเพื่อสนับสนุน SCBX ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ ได้มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 70,000 ล้านบาท โดย 70% ของเงินปันผล ใช้ในการโอนย้ายธุรกิจและจัดตั้งบริษัทใหม่ ที่เหลืออีกกว่า 20% ของเงินปันผล ใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียนและยังแบ่งบางส่วนจ่ายให้ผู้ถือหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในเดือน มิ.ย.2565
สิ่งที่ต้องลุ้นต่อไปก็คือ “SCBX” จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ โดยต้องรอผลโหวตจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ซึ่งต้องได้รับเสียงสนับสนุน 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม
อีกขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการทำ Share Swap หรือการเปลี่ยนจากถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ไปเป็นถือหุ้น “SCBX” ในสัดส่วนเท่าเดิม โดยต้องมีผู้ถือหุ้นยอมโอนย้ายหุ้นมากกว่า 90 % ของหุ้นทั้งหมด จนนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือการนำหุ้น SCBX เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แทนหุ้น SCB ซึ่งจะถูกนำออกจากตลาด หลักทรัพย์ฯ (delisted) ในที่สุด
กระนั้น แม้การเปิดตัวในครั้งนี้จะเป็นเพียงก้าวย่างแรกของการเปลี่ยนผ่านครั้งยิ่งใหญ่ของธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งกำลังจะมีอายุครบ 117 ปีในวันที่ 4 ต.ค.ที่จะถึงนี้
แต่ทันทีที่รูปแบบธุรกิจหรือ business model ภายใต้ “SCBX” มีความชัดเจน บรรดานักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่างก็ให้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากราคาหุ้น SCB ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 20% ทันที.
ประพัฒน์ เนตรอัมพร