คำสารภาพ...ของนายธนาคาร ทำไม? เอทีเอ็ม-อินเตอร์เน็ตแบงกิ้งล่มบ่อย

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คำสารภาพ...ของนายธนาคาร ทำไม? เอทีเอ็ม-อินเตอร์เน็ตแบงกิ้งล่มบ่อย

Date Time: 8 ก.ค. 2562 05:01 น.

Summary

หงุดหงิดไม่น้อยสำหรับลูกค้าธนาคารที่เงินสดหมดตัว อุตส่าห์เดินถือบัตรเอทีเอ็ม หวังจะกดเงินสดออกมาใช้ แล้วพบว่าระบบเอทีเอ็มล่ม!

Latest

ชี้แจง! แบงก์กรุงเทพสั่ง "เลื่อนไม่มีกำหนด" กรณีบัญชีดิจิทัลต้องมีขั้นต่ำในบัญชี 2,000 บาทก่อนโอน

หงุดหงิดไม่น้อยสำหรับลูกค้าธนาคารที่เงินสดหมดตัว อุตส่าห์เดินถือบัตรเอทีเอ็ม หวังจะกดเงินสดออกมาใช้ แล้วพบว่าระบบเอทีเอ็มล่ม!

หรืออีกมุมหนึ่ง ในความรู้สึกของคนใช้อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง รวมทั้งโมบายแบงกิ้ง ที่กำลังเข้าสู่ระบบโอนเงินไม่ว่าจะชำระค่าสินค้า ใช้หนี้สิน จ่ายให้คนรัก ครอบครัว ญาติพี่น้อง และบุตร แล้วต้องมาพบว่าระบบล่ม! จนอดรับเงินกันไป บางทีกลายเป็นปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันอีก

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ครั้งเดียว กลายเป็นปัญหาบ่อยครั้ง ที่สร้างความหงุดหงิดใจให้กับผู้กำลังใช้บริการ โดยมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เห็นได้จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นเดือน มี.ค.2562 มีจำนวนคนใช้อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง 24.16 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 15.21% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมีการทำธุรกรรมการเงินในเดือนดังกล่าว 60.35 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 263.55% ขณะที่มูลค่าการทำธุรกรรมการเงินอยู่ที่ 2.42 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 320,000 ล้านบาท หรือ 13.23%

ด้านผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง สิ้นเดือน มี.ค.62 สูงถึง 43.88 ล้านบัญชี มีการทำธุรกรรม 347.85 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 88.62% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมการเงิน 1.88 ล้านล้านบาท มากกว่าในเดือน มี.ค.ปีก่อน 690,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 57.99%

ขณะที่การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-money ของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในเดือน มี.ค.62 มี 166.79 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 43.54% โดยมูลค่าของการใช้ e-money ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 23,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,000 ล้านบาท จากเดือน มี.ค.61 หรือเพิ่มขึ้น 64.28%

อย่างไรก็แล้วแต่ “ทีมเศรษฐกิจ” ได้ไปสอบถามองคาพยพที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถแก้ปัญหานี้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้อย่างไร หรือจะยอมจำนนปล่อยให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นมาอีก และให้ผู้ใช้บริการก่นด่าต่อไป...มาฟังคำตอบของพวกเขาดู...

***********************

ธปท.ไม่เคยนิ่งนอนใจ

เริ่มต้นจาก ธปท.ในฐานะผู้กำกับดูแลระบบการเงินของประเทศ น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า “ธปท.ไม่เคยนิ่งนอนใจกรณีระบบการโอนชำระเงินผ่านทางออนไลน์ล่ม เพราะรับรู้ว่ากระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และความมั่นใจของระบบ เนื่องจากวันนี้คนไทยจำนวนมากได้ให้ความมั่นใจและหันมาใช้ระบบบริการทางการเงินออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและชีวิตประจำวัน ยิ่งช่วงหลังเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนดีขึ้น มีราคาถูกลง มีการยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินออนไลน์ ยิ่งทำให้การใช้บริการมากขึ้น”

ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา ธปท.จึงได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง “ขยายท่อ” หรือถนนที่เป็นช่องทางในการส่งผ่านธุรกรรมเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า ซึ่งขยายเสร็จทุกธนาคารแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าศักยภาพของแต่ละธนาคารยังไม่เท่ากันขึ้นกับ “ระบบดั้งเดิม” ระบบแรกที่แต่ละธนาคารตัดสินใจนำมาใช้

อย่างไรก็ตาม ได้มีมาตรการทำเพิ่มขึ้นอีกจากเดิมที่ระบบออนไลน์แบงกิ้งของทุกธนาคารจะเชื่อมกันเป็นระบบเดียว เมื่อแห่งใดแห่งหนึ่งเกิดปัญหาจะไม่สามารถตัดตัวเองจากระบบได้ ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมการโอนเงินติดขัดและทำให้ออนไลน์แบงกิ้งของธนาคารอื่นล่มตามไปด้วย

แต่ในขณะนี้ได้พัฒนาให้มีระบบการตัดสวิตช์ ดีดธนาคารที่เกิดปัญหาและไม่สามารถจัดการได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้เป็นวินาที โดยตัดออกจากระบบใหญ่โดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้ ธนาคารที่ระบบล่มลากทั้งระบบล่มตามไปด้วย

แต่จากเหตุการณ์การล่มของระบบออนไลน์แบงกิ้งในช่วงที่ผ่านมายังมีประเด็นที่ ธปท.ต้องการกระชับพื้นที่ให้เกิดการแก้ปัญหาให้เร็วขึ้นอีกใน 2 ประเด็น คือ ความสะดวกรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา-เยียวยาผลกระทบกับลูกค้า และการป้องกันไม่ให้เกิด รวมทั้งธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการขัดข้องของระบบออนไลน์แบงกิ้งให้ลูกค้าทราบอย่างรวดเร็ว เพื่อลดจำนวนลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ

ขณะที่การเยียวยาผลกระทบของลูกค้าที่ถูกตัดเงินจากบัญชีไปโดยที่ไม่ได้รับเงิน หรือโอนเงินไปแล้วไม่เข้าบัญชีผู้รับ ควรจะต้องหาแนวทางที่สะดวก โดยลูกค้าไม่ต้องไปติดต่อที่สาขาธนาคาร

“ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป ธปท.จะมีการประกาศให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้ว่า ในช่วง 3 เดือน ระบบของแบงก์ไหนดี แบงก์ไหนล่มบ้าง เพื่อให้ข้อมูลในการตัดสินใจใช้บริการ และเป็นแรงจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ดูแลพัฒนาระบบของตัวเอง”

แบงก์พยายามเต็มที่แล้ว

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารต่างๆได้ขยายขีดความสามารถของระบบให้รองรับปริมาณธุรกรรมไว้แล้ว แต่ยังเป็นความท้าทายอยู่

“เหตุการณ์ที่ระบบไอทีมีปัญหาเป็นสิ่งที่ทุกธนาคารไม่อยากให้เกิดและพยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ แต่ละธนาคารมีสาเหตุที่แตกต่างกัน สมาคมธนาคารไทยไม่สามารถชี้แจงแทนได้ แต่เท่าที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากปริมาณธุรกรรมพุ่งสูงในบางช่วง เช่นวันทำการสุดท้ายของเดือน เกิดจากการปรับปรุงระบบ แต่มีการตั้งค่าของระบบไม่สอดคล้องกัน ทำให้เกิดปัญหาในบางจังหวะ เนื่องจากระบบที่ธนาคารต่างๆ ใช้ในการให้บริการดิจิทัลมีความซับซ้อน มีการเชื่อมต่อกัน การทำให้ระบบต่างๆทำงานร่วมกันอย่างดี ต้องมีการปรับค่าของระบบให้ถูกต้องสอดคล้องกัน”

ขณะเดียวกันสมาคมธนาคารไทยได้ให้ บริษัท เนชั่นนัล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ ผู้ให้บริการระบบพร้อมเพย์ เฝ้าระวังและจัดการในกรณีที่ธนาคารใดมีปัญหาก็จะแจ้งธนาคารอื่นๆ และหากจำเป็นก็จะมีการตัดธนาคารที่มีปัญหาออกจากระบบชั่วคราว เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหากับธนาคารอื่นๆ

นอกจากนั้น ชมรมผู้บริหารไอที หรือชมรมซีไอโอภายใต้สมาคมธนาคารไทยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปรับปรุงระบบไอที การแก้ไขปัญหา และรวมทั้งการประสานงานกันในช่วงที่เกิดปัญหาขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเข้าใช้บริการของธนาคารไม่ได้ ควรจะรอสักครู่แล้วลองใหม่ หากยังไม่ได้ สามารถตรวจสอบจากเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียของธนาคาร และขอให้ดูข้อความตอบกลับ หากมีสิ่งผิดปกติจะได้ทราบและไม่ตกใจ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมโอนเงิน ถ้าไม่สามารถโอนได้ ขอให้ดูข้อความที่แสดง และรอสักครู่ก่อนทำรายการใหม่

“หากโอนเงินแล้วผู้รับยังไม่ได้เงินเข้าบัญชีในทันทีไม่ต้องตกใจ เพราะในช่วงที่ระบบมีปริมาณธุรกรรมสูง หรือ มีปัญหาระบบจะเก็บรายการไว้และส่งไปยังธนาคารของผู้รับเงินเมื่อระบบกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้หากเกิดปัญหาในการโอนเงิน และผู้รับเงินไม่ได้รับเงิน ขอให้แจ้งธนาคารเพื่อดำเนินการแก้ไข โดยธนาคารมีการกำหนดเวลามาตรฐานการแก้ไขปัญหาไว้ไม่เกิน 1 วันทำการ”

กรุงไทยรีบยกระดับไอที

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ว่าจ้าง IBM และ Accenture ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีชั้นนำระดับโลกเข้ามาเป็นที่ปรึกษาไอที เพื่อวางแผนเร่งด่วน และวางแผนระยะยาวพร้อมให้เข้ามาดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.เป็นต้นมา และได้ลงทุนด้านไอที 19,000 ล้านบาท จะช่วยให้บริการราบรื่นมากกว่าที่ผ่านมา

“ธนาคารไม่มีปัญหาโมบายแบงกิ้งล่มเกิดขึ้น แต่ช่วงปลายเดือนมีระยะเวลาสั้นๆ ระบบเกิดหน่วง การธุรกรรมล่าช้า แต่ไม่ถึงกับการให้บริการล่ม โดยมีสาเหตุเกิดจากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการพร้อมกันมากๆ ตัวระบบมีปัญหาคอขวด ทำให้ธุรกรรมผ่านไปได้ช้า ธนาคารจึงเร่งทำลายคอขวด เพื่อให้การบริการราบรื่น และธุรกรรมผ่านไปได้ด้วยดี”

ทั้งนี้ เมื่อปริมาณลูกค้าโมบายแบงกิ้งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ธนาคารก็ต้องเร่งขยายเครือข่ายเพื่อรองรับธุรกรรมต่างๆ โดยปัจจุบันระบบของธนาคารมีศักยภาพรองรับลูกค้า 1 วินาทีต่อจำนวน 50,000 คน แต่จากการที่ความต้องการใช้โมบายแบงก์กิ้งเพิ่มขึ้นเร็วมาก ธนาคารวางแผนเพิ่มศักยภาพขึ้นอีก 2–3 เท่าตัวจากปริมาณลูกค้า

“ระบบและเทคโนโลยีเดิมที่ธนาคารใช้อยู่มีข้อจำกัดในเรื่องของประสิทธิภาพ ไม่สามารถขยายศักยภาพเพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมมากๆตามที่ต้องการได้ ดังนั้น ต้นปี 2563 ธนาคารเตรียมเปิดให้บริการบนระบบใหม่ ที่มีศักยภาพการให้บริการมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว”

แบงก์กรุงเทพขออภัยอย่างสูง

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางดิจิทัลของธนาคารในปัจจุบันสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมได้เพียงพอ

“กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดซึ่งส่งผลกระทบให้ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการในการทำธุรกรรมของธนาคารในบางช่องทางชั่วคราว ธนาคารนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สมบูรณ์ และเพิ่มมาตรการควบคุมระบบการทำงานที่ต่อเนื่อง และการจัดการให้เกิดความรัดกุมมากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ธนาคารให้ความสำคัญต่อคุณภาพการให้บริการ และใส่ใจระวังในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ธนาคารขออภัยลูกค้าผู้ใช้บริการเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปัญหาการให้บริการออนไลน์ของธนาคารที่ล่ม หรือการให้บริการที่ติดขัดและล่าช้าในช่วงนี้ มีสาเหตุหลักมาจากประชาชนนิยมใช้บริการออนไลน์กับธนาคารพาณิชย์มากขึ้น

“ธนาคารออมสินไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องระบบออนไลน์ล่ม หรือเกิดอาการติดขัด เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นลูกค้าฐานราก ไม่ใช่มนุษย์เงินเดือนเหมือนกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ที่มีพฤติกรรมหรือความต้องการใช้เงิน เช่น โอนเงิน ชำระเงินค่าบริการและสินค้าต่างๆ รวมถึงการฝากและถอนเงินแบบกระจุกตัวในช่วงที่เงินเดือนออก หรือช่วงสิ้นเดือน”

********************

การให้บริการออนไลน์ของธนาคารในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก จนมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยหัวใจของการบริการในระบบนี้ คือ ความเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ เพราะลูกค้า ในฐานะผู้ใช้บริการ คงไม่มีใครอยากเผชิญกับปัญหาระบบล่มซ้ำแล้วซ้ำอีก.

ทีมเศรษฐกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ