หวั่นการเงินไทยเปราะบาง ธปท.จับตาแบงก์พาณิชย์หย่อนยานปล่อยสินเชื่อ

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

หวั่นการเงินไทยเปราะบาง ธปท.จับตาแบงก์พาณิชย์หย่อนยานปล่อยสินเชื่อ

Date Time: 6 ก.ค. 2561 08:15 น.

Summary

กนง.-กนส.แบงก์ชาติ ประชุมจับตาความเปราะบางระบบการเงินไทย พร้อมสั่งเข้มติดตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังพบการปล่อยสินเชื่อเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวด โดยให้วงเงินมากกว่า 90%

Latest

ค่าไฟฟ้าในไทยปี 2569 แพงแค่ไหนเมื่อเทียบกับอาเซียน ถึงเวลาปรับแผนการเงินรับมือค่าครองชีพพุ่ง

กนง.-กนส.แบงก์ชาติ ประชุมจับตาความเปราะบางระบบการเงินไทย พร้อมสั่งเข้มติดตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังพบการปล่อยสินเชื่อเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวด โดยให้วงเงินมากกว่า 90% และเกณฑ์พิจารณารายได้คนกู้ต่ำลง สวนทาง หนี้เสียและจำนวนบ้านคงค้างที่มีอยู่สูง นอกจากนี้ยังพบคนเก็งกำไรผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ไม่เลิก หวั่นเกิดผลกระทบหากเศรษฐกิจโลกผันผวน-สงครามการค้ารุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานผลการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เพื่อติดตามและประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย โดย
ยังเห็นว่าระบบการเงินไทยโดยรวมมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ ขนาดใหญ่ปรับดีขึ้น ขณะที่เสถียรภาพด้านต่างประเทศมีความเข้มแข็ง สะท้อนจากภาระหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลต่อเนื่อง และเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ช่วยรองรับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงด้านต่างประเทศและภาวะการเงินโลกที่ผันผวน

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากพบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีความเปราะบาง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นและภาระหนี้ของผู้กู้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ ขณะที่ยังต้องติดตามภาวะสิ่งก่อสร้างคงค้างต่อไป และ 2.พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร โดยเฉพาะพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์มีการสะสมความเปราะบางมากขึ้นในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สะท้อนจากสัดส่วนจำนวนบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ของธนาคารพาณิชย์ ที่เริ่มเห็นการปล่อยสินเชื่อให้กู้มากกว่า 90% ของราคาหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ทำให้จ่ายเงินดาวน์บ้านน้อยลง นอกจากนี้ยังเห็นอัตราส่วนสินเชื่อต่อรายได้ผู้กู้สูงขึ้น และยังเห็นสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์ควรระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อในลักษณะดังกล่าว เพราะจะทำให้ภาคครัวเรือนมีภาระหนี้สูง และอาจกระทบกับความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของภาคครัวเรือนในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากจำนวนอสังหาริมทรัพย์คงค้างในตลาด โดยอาคารชุดบางทำเลและบางระดับราคายังระบายออกได้ช้า ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ระดมทุนผ่านสินเชื่อธนาคารพาณิชย์และตราสารหนี้เพื่อขยายธุรกิจ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนอสังหาริมทรัพย์ คงค้างเร่งตัวขึ้นในอนาคต จึงเห็นควรให้ติดตามและ ประเมินภาวะการแข่งขันในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และจำนวนอสังหาริมทรัพย์คงค้างในอนาคต ขณะที่พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งสะท้อนจากเงินรับฝากและเงินลงทุนในหลักทรัพย์ของสหกรณ์ ออมทรัพย์ที่ยังขยายตัวในอัตราสูง ขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่บางแห่งมีการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นมากขึ้น เมื่อภาวะการเงินตึงตัวและอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินปรับสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการระดมทุน 2 ต้นทุนทางการเงิน มูลค่าเงินลงทุนในหลักทรัพย์และสภาพคล่องโดยรวมในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ได้ ดังนั้น การเร่งยกระดับการกำกับดูแลและการปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์โดยเฉพาะรายที่มีขนาดใหญ่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่ในส่วนอื่นการเก็งกำไรยังไม่มีสัญญาณน่ากังวล

สำหรับในระยะต่อไป ระบบการเงินไทยยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่กระจายตัวเต็มที่ จึงต้องติดตามความเสี่ยงในบางจุดที่อาจสร้างความเปราะบางให้กับระบบการเงินไทย ได้แก่ ผลกระทบหากภาวะการเงินตึงตัวรุนแรงต่อการต่ออายุเงินกู้ยืม (roll-over) และต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาการออกตราสารหนี้สูง ความสามารถในการชำระหนี้ของเอสเอ็มอีและภาคครัวเรือน ภาวะอุปทานคงค้างในอาคารชุดและอุปทานของพื้นที่ อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกที่อาจเร่งขึ้นจากโครงการอสังหาริม-ทรัพย์แบบผสม (mixed-use) รวมถึงพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแล ทั้ง ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะประเมินผลและติดตามความเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ