
ดอกเบี้ยเงินฝากแพ้เงินเฟ้อ! BrokersThai แนะทางรอดด้วยการกระจายความเสี่ยงลงทุนในพันธบัตร กองทุน หรือทองคำ เพื่อให้เงินงอกเงยชนะเงินเฟ้อระยะยาว
หลายคนเรียกการฝากเงินกับธนาคารว่าเป็นวิธีการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด แต่คุณรู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วอัตราผลตอบแทนที่คุณได้อาจไม่ได้สวยหรูแบบที่คุณคิดไว้ แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้เงินทุนของเรางอกเงยให้ทันอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปี บทความนี้มีคำตอบ!
Justin Grossbard ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินจาก BrokersThai ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดการเงินมาหลายสิบปี และเป็นสมาชิกของ AFMA (Australian Financial Markets Association) และ AICD (Australian Institute of Company Directors) ให้ความเห็นว่า ตัวเลขเงินเฟ้อมักจะไม่ถูกนำมาพูดถึงแบบตรง ๆ แต่มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่จะทำให้เราเห็นปัญหาและวางแผนการลงทุนได้ดีขึ้น
และเมื่อเราลองพิจารณาตัวเลขอัตราเงินเฟ้อจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าจะเห็นได้ว่า อัตราเงินเฟ้อในปีนี้อยู่ในช่วง 1.5–2.5% และมีโอกาสที่จะทรงตัวอยู่ในอัตรานี้ไปจนถึงช่วงสิ้นปี ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของบุคคลธรรมมดา (ออมทรัพย์) ของ 4 ธนาคารใหญ่ในประเทศกลับอยู่ที่ประมาณ 0.25% เท่านั้น
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความจริงที่ว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังติดลบ และแน่นอนว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเงินเก็บและกำลังซื้อของชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากข้อมูลของ สนค.ชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเดือนมกราคมของปีนี้อยู่ที่ -0.66% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งการที่เงินเฟ้อติดลบเป็นผลมาจากฐานราคาของปีก่อนและราคาพลังงานที่ยังค่อนข้างต่ำ
แต่หลังจากสถาณการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวขึ้นตาม อัตราเงินเฟ้อสูงถึง +2.89% ในเดือนเมษายนของปีนี้ แม้จะเริ่มชะลอตัวในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
โดยปกติแล้ว อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ค่าครองชีพก็สูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่ตามมาคือการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ลดลงส่งผลให้เศรษฐกิจซบเซา
เมื่อเกิดสถานการณ์ข้างต้น สิ่งแรกที่เราจะเห็นคือการออกนโนบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล เช่นที่เคยเห็นใน “ไทยเที่ยวไทย” จากนั้นจะเห็นการประกาศปรับลดนโยบายเงินฝากจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าลงเรื่อย ๆ
แม้การฝากเงินกับธนาคารอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนสูงเหมือนการลงทุนประเภทอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วการเลือกลงทุนประเภทนี้ยังเป็นที่นิยมของคนไทยอยู่มาก ด้วยความที่ธนาคารเป็นสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ และการที่คุณจะฝากถอนเมื่อไหร่ก็ได้ยิ่งทำให้ทางเลือกนี้มีสภาพคล่องสูงกว่าการลงทุนแบบอื่น
แต่หากเป้าหมายของคุณคือการลงทุนที่ได้ผลกำไรที่แท้จริงและมีโอกาสเติบโตชนะเงินเฟ้อในระยะยาว การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกควบคู่ไปกับการมีบัญชีเงินฝากสำรองฉุกเฉินอาจเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า
หากคุณมีเงินก้อนที่ยังไม่มีแพลนจะใช้ในระยะสั้น หรือมีรายได้ที่สามารถแบ่งออกมาเพื่อการลงทุนได้ ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการลงทุนที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
อย่างไรก็ตาม แต่ละแบบมาพร้อมระดับความเสี่ยงที่ต่างกัน ผู้ลงทุนควรพิจารณาตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองเสมอ
แต่ไม่ว่าจะเลือกทางเลือกใด หลักการที่สำคัญที่สุดคือการกระจายความเสี่ยงไม่ให้กระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว และเลือกลงทุนผ่านตัวกลางที่มีใบอนุญาตถูกต้องและตรวจสอบได้เท่านั้น
คำเตือน
ข้อมูลในบทความนี้มาจากการวิเคราะห์โดยเว็บไซต์ Brokersthai ซึ่งเป็นเพียงแหล่งรวบรวมข้อมูลการใช้งานทั่วไปของโบรกเกอร์เท่านั้น ไม่ใช่หน่วยงานทางการเงินและไม่ใช้ผู้ให้บริการทางการเงิน บทความนี้จึงเป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือคำเชิญชวนเพื่อการลงทุนแต่อย่างใด
การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ตัวเลขเศรษฐกิจและประมาณการที่กล่าวถึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง