‘ไม่พัง แต่ไม่ปัง’ K WEALTH กสิกรไทย ชี้ทางจัดพอร์ตลงทุน รับเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569

Personal Finance

Finance and Banking

Content Partnership

Content Partnership

Tag

‘ไม่พัง แต่ไม่ปัง’ K WEALTH กสิกรไทย ชี้ทางจัดพอร์ตลงทุน รับเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569

Date Time: 4 ส.ค. 2569 18:39 น.
Content Partnership

Summary

โลกที่ความไม่แน่นอนสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องปรับพอร์ตยังไง มาอัปเดตเทรนด์ลงทุนครึ่งหลังปี 2569 ในงาน “K WEALTH Forum 2026: The Signal Compass จับสัญญาณโลก ชี้ทิศการลงทุน”


5 Key Takeaway

  • 3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก จาก Globalization สู่ Deglobalization, สังคมสูงวัย (Aging Society) และการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ AI ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งการทำธุรกิจ การวางแผนชีวิตและการลงทุน
  • ไทยต้องเร่งสร้าง S-Curve แม้ไทยจะมีเสถียรภาพด้านการเงินและความมั่นคงทางอาหาร แต่ยังขาดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 
  • AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก กระแส AI กระจายเม็ดเงินลงทุนไปทั่วโลก (รวมถึงเอเชีย) ช่วยหนุน GDP ให้เติบโต 
  • ลงทุนต่อเนื่องในภาวะ "No Recession, But No Boom" ตลาดไม่ถดถอยแต่ไม่พุ่งแรง แนะนำให้ Stay Invested ไม่จำเป็นต้องไล่ราคาเมื่อตลาดปรับขึ้น และไม่ควรรอจนทุกอย่างชัดเจน
  • จัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ควรแบ่งพอร์ตเป็น 2 ส่วน Core Port (60-80%) เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว และ Satellite Port (20-40%) เพื่อคว้าโอกาสเติบโตระยะสั้นพร้อมตั้งกฎก่อนลงทุนเสมอ (เหตุผล, เป้าหมาย, สัดส่วน) โดยใช้ตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชันมาจัดการ เพื่อลดการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ

มาถึงกลางปี 2569 แล้ว ช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องเกิดขึ้นทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่สิ้นสุด ราคาทองคำขาลง รวมถึงตลาดเงินตลาดทุนที่ผันผวน แต่หลังจากนี้แนวโน้มทางเศรษฐกิจและโอกาสในการลงทุนจะอยู่ที่ไหน

Thairath Money ชวนสรุปทุกเทรนด์สำคัญจากงานสัมมนาใหญ่แห่งปี K WEALTH Investment Forum 2026: The Signal Compass จับสัญญาณโลก ชี้ทิศการลงทุน เพื่อเป็นเข็มทิศให้เราพร้อมลงทุนในครึ่งปีหลัง 2569 ได้อย่างมั่นใจ

มองโลกถึงไทย โอกาสอยู่ที่ไหน?

ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญ 3 การเปลี่ยนแปลงใหญ่ทั้ง Deglobalization ที่เปลี่ยนวิธีคิดและการทำธุรกิจ ขณะเดียวกันยังเกิดเทรนด์ Aging Society หรือสังคมสูงวัยขึ้นในหลายประเทศและคนจะมีอายุยืนขึ้นทำให้การวางแผนชีวิต รวมถึงการเงินต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เทรนด์สุดท้ายคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิต และส่งผลต่อการทำธุรกิจในระยะข้างหน้า

จากการเปลี่ยนแปลงของโลกมาสู่โจทย์ของประเทศไทยที่ต้องปรับตัวให้เท่าทัน ดร. สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง มองว่าโลกที่คุ้นเคยได้เปลี่ยนไปแล้ว และหันมาให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก คือ

  • Security (ความมั่นคง) แม้ไทยจะมีจุดอ่อนที่พึ่งพาพลังงานน้ำมันในระดับสูง แต่เรายังมีจุดแข็งเรื่องความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพ
  • Stability (เสถียรภาพ) ในสายตาชาติอื่นๆ มองว่า เสถียรภาพของไทยถือว่าแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินสำรองระหว่างประเทศหรือหนี้สาธารณะยังอยู่ในระดับจัดการได้
  • S-Curve (อุตสาหกรรมแห่งอนาคต) นี่คือสิ่งที่ไทยต้องเร่งทำมากที่สุด เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ให้ประเทศ

นอกจากนี้ ไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องวัยแรงงานที่ลดลง, Productivity ที่เติบโตต่ำ เมื่อผนวกรวมกับประเด็นต่างๆ ไทยจึงต้องรีบทำใน 3 เรื่องพร้อมๆ กัน คือ Stabilise Today ประคองวันนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง, Transition Now ต้องเริ่มเปลี่ยนผ่านวันนี้ (เช่น เรื่องพลังงานสะอาด ฯลฯ) และ Invest for Tomorrow การลงทุนเพื่ออนาคต แม้รัฐอาจมีข้อจำกัดแต่ต้องหนุนให้เอกชนลงทุนได้อย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เทรนด์การลงทุนครึ่งหลังปี 2569

ช่วงที่ผ่านมาแม้มีความผันผวนสูง แต่โลกการลงทุนยังเห็นการฟื้นตัวในหลายธุรกิจ โดยพันธมิตรระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier ต่างมองว่า เทรนด์ AI คือกระแสหลักที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ ทำให้เห็นเม็ดเงินเพื่อการพัฒนา AI กระจายไปในหลายประเทศทั้ง จีน, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ ฯลฯ ซึ่งเงินก้อนนี้มีสัดส่วนราว 40% ที่ไหลเวียนไปทั่วโลก จะช่วยหนุนให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ GDP โลกโตขึ้นไปอีก แต่ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตามองคือ ราคาพลังงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ที่อาจทำให้นโยบายการเงินของ Fed เปลี่ยนแปลงได้ในระยะต่อไป

ในสภาวะแบบนี้ควรปรับกลยุทธ์ลงทุนอย่างไร ทาง ศิริพร สุวรรณการ CFA, CFP® Chief Portfolio Strategist จาก K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย เล่าว่า สถานการณ์ตลาดตอนนี้คือ "No Recession, But No Boom" ไม่ถดถอย แต่ก็ไม่พุ่งแรง ดังนั้น จึงแนะนำให้ลงทุนต่อเนื่องหรือ Stay Invested ผ่าน 2 แนวคิดการลงทุนหลักตามเป้าหมายของนักลงทุน ได้แก่

นักลงทุนที่มองว่า “โอกาส คือ แหล่งสร้างผลตอบแทน” ผ่านกองทุน K-WealthPLUS Series จุดเด่นคือการลงทุนตามการวิเคราะห์เศรษฐกิจและตลาดโลก ซึ่งจะมีการปรับพอร์ตเชิงรุกเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

นักลงทุนที่มองว่า “การควบคุมความเสี่ยง คือ จุดเริ่มต้นของผลตอบแทน” ผ่านกองทุน K-ALLROADS Series มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอของผลตอบแทน

นอกจากนี้ ท่ามกลางกระแสเทคฯ ที่มาแรงยังมีทางเลือกการลงทุนอย่าง K-GINFRA ที่เน้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงอย่างกลุ่มพลังงานหรือระบบ Cloud ที่มักมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ, ES-GTECH ที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่สร้างและขับเคลื่อน AI Economy โดยจะลงทุนใน Semiconductor, Data Center ที่ยังเติบโต

สุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกการลงทุน คือ การเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเองผ่านการสร้างระบบจัดการการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อลดการใช้อารมณ์ในการจัดการพอร์ต ทาง วีระพล บดีรัฐ Lead Wealth Advisor จาก K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย อยากให้มองถึง 3 เรื่องหลักคือ


ออกแบบพอร์ต: จัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยแบ่งสัดส่วนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยแบ่งเงินเป็น Core Port (60-80%) เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว และ Satellite Port (20-40%) สำหรับคว้าโอกาสเติบโตระยะสั้น

ออกแบบกฎ: เข้าใจตัวเองและวางแผนก่อนการซื้อ-ขาย-ปรับพอร์ต ซึ่งทุกการตัดสินใจซื้อควรตอบตัวเองให้ได้ 3 สิ่ง คือ ทำไมถึงซื้อ, เป้าหมายคืออะไร, และลงทุนในสัดส่วนเท่าไหร่ (Position Size)

มีระบบช่วยเหลือ: ใช้ตัวช่วยทางเทคโนโลยีผ่านแอป K+ (K PLUS) มาช่วยจัดระเบียบ จดบันทึก และตั้งการแจ้งเตือนในการดูแลพอร์ตลงทุน

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยหลังจากนี้ ยังเต็มไปด้วยความท้าทายและความผันผวน แต่ในทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมี "โอกาส" ซ่อนอยู่เสมอ สิ่งสำคัญคือการมีเข็มทิศนำทางที่ชัดเจน และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ วินัย รวมถึงการออกแบบระบบการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

ติดตามบทวิเคราะห์และความรู้การลงทุนจาก K WEALTH ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_4pv79sn 

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

เนื้อหาสนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

Content Partnership

Content Partnership