
นักลงทุนในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นสายการลงทุนแบบไหน ทุกคนต่างเริ่มตระหนักว่า ประเภทสินทรัพย์ที่เคยปลอดภัยในอดีต อาจไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้อีกต่อไป ความผันผวนที่คาดเดานี้ ส่งผลให้โจทย์ใหญ่ของธุรกิจ Private Banking ทั่วโลกไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่คือ การสร้างความสบายใจที่เปรียบเสมือน "ที่พึ่งทางใจในการลงทุน"
ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงมองว่า “ความมั่งคั่ง” ในปัจจุบันไม่ได้วัดเพียงผลตอบแทน แต่รวมถึง “ความมั่นใจ” ในการรับมือกับโลกที่ผันผวน ลูกค้าจึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน การเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลก และการวางแผนระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจ ครอบครัว และการส่งต่อความมั่งคั่งสู่รุ่นถัดไป
รวมถึงบริบทสังคมที่เรียกว่า "ระเบียบโลกใหม่" ซึ่งเต็มไปด้วยความผันผวนและซับซ้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจาก 4 ด้านหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี AI, การเปลี่ยนแปลงและตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ , การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แนวคิดของกลุ่มลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการของลูกค้าในยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขกำไรในบัญชีเท่านั้น แต่พวกเขามองหาการวางแผนระยะยาวที่ครอบคลุมในแบบองค์รวม
K WEALTH จึงได้วางบทบาทของตัวเองในการเป็น "Lifelong Trusted Advisor" หรือที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่ลูกค้าไว้ใจและพร้อมพึ่งพิงในทุกช่วงชีวิต เพื่อเปลี่ยนความกังวลใจให้เป็นความมั่นใจท่ามกลางโลกการเงินที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
K WEALTH ได้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนยุคใหม่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้
1. WEALTH TEAM: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมดูแลทุกเป้าหมาย
K WEALTH ขับเคลื่อนด้วยทีม K WEALTH CIO ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการรับรองวิชาชีพชั้นนำ โดยระดมสมองทำงานร่วมกับบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทยทั้งหมด ได้แก่ บลจ.กสิกรไทย (KAsset), บล.กสิกรไทย (KSecurities) และศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ร่วมด้วย 2 พาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier
เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัว (Estate Planning Services) รับมือกับปรากฏการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2573 อย่าง “The Great Wealth Transfer” ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินมหาศาลกว่า 18.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 590 ล้านล้านบาท กำลังจะถูกส่งต่อจากคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ไปสู่คนรุ่นต่อไปและเกิดขึ้นทั่วโลก
K WEALTH จึงมุ่งมั่นวางรากฐานตั้งแต่การปรับโครงสร้างธุรกิจครอบครัว การวางแผนภาษีมรดกอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการจัดการอสังหาริมทรัพย์และการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าความมั่งคั่งของครอบครัวจะได้รับการปกป้องและส่งต่อได้อย่างมั่นคงยั่งยืน
2. WEALTH TECH: ยกระดับการให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการความมั่งคั่งด้วย “KEWIN AI”
K WEALTH ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล กับการเปิดตัว "KEWIN" (เค-วิน) ผู้ช่วยอัจฉริยะระบบ AI ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็น "ผู้เฝ้าพอร์ตส่วนตัว" ของลูกค้า
โดยนวัตกรรม KEWIN AI จะทำงานร่วมกับทีม K WEALTH CIO ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินทั่วโลก คัดกรองข้อมูลและคำแนะนำการลงทุน เมื่อระบบตรวจพบจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงรวมถึงเป้าหมายของลูกค้า ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้ปรับพอร์ต ทำให้ลูกค้าสามารถก้าวนำทุกสถานการณ์การลงทุน ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
3. WEALTH PARTNERSHIPS: เปิดประตูสู่โอกาสระดับโลกเพื่อเสถียรภาพของพอร์ตลงทุน
พันธมิตรระดับสากลอย่าง Lombard Odier และ J.P. Morgan Asset Management รวมถึง บลจ.กสิกรไทย ได้ร่วมมือกันจัดสรรพอร์ตลงทุนหลัก ผ่านกองทุนเรือธงอย่าง K-ALLROADS SERIES และกองทุน K-WealthPLUS Series ซึ่งเติบโตต่อเนื่องจนมีมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้ารุกการลงทุนทางเลือกในสินทรัพย์นอกตลาดที่มีความหลากหลาย เพื่อเพิ่มทางเลือกและโอกาสทำกำไรในระยะยาว
เช่นเดียวกับเทรนด์ด้านความยั่งยืน ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก Lombard Odier ในการพัฒนาพอร์ตกองทุนในธีม ESG เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพอร์ตการลงทุนของลูกค้าเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ตามมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก
ด้วยกลยุทธ์และการดำเนินงานผ่าน 3 แกนหลักที่แข็งแรง พร้อมแรงผลักดันจากพันธมิตรระดับโลก ส่งผลให้ K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ได้รับ 10 รางวัลระดับโลก จากสถาบันการเงินและสื่อชั้นนำในยุโรปและเอเชีย ได้แก่
รางวัลทั้ง 10 นี้สะท้อนให้เห็นมาตรฐานการบริการในด้านบริหารความมั่งคั่งระดับสากลของ K WEALTH เพื่อยืนหยัดเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ร่วมสร้างทั้งผลตอบแทนและความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน บนระเบียบโลกใหม่ที่ยากจะคาดเดาทิศทาง
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney