
นายบุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ทิศทางธุรกิจธนาคาร ยังเผชิญความท้าทาย จาก ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้สินเชื่อในปี 2566 หดตัวลง 10% โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่ยังสามารถทำกำไรได้ในระดับดี จากการให้บริการด้วยนวัตกรรมใหม่
ส่งผลให้แผนธุรกิจปีนี้ ธนาคาร ตั้งเป้าหมายที่จะฟื้นฟูการเติบโตของสินเชื่อ โดยคาดว่าสินเชื่อญี่ปุ่น-บรรษัทข้ามชาติ จะเติบโต 7% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย โดยมุ่งขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากรถยนต์ เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การค้า เหล็ก และอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวจากช่วงโควิด-19 และมีสัญญาณการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนการเติบโตในปีนี้ได้
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2567 กรุงศรีฯ ยังคงสานต่อเป้าหมายในการเป็นธนาคาร พันธมิตร ที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนทางสังคม และสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้า ธุรกิจธนกิจพาณิชย์ เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ ผ่าน 4 กลยุทธ์
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) พบว่า ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี และคาดว่า NPL จะยังอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีจุดแข็งจากเครือข่าย MUFG ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จึงพร้อมสนับสนุนลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ ในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ
ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ ไตรมาสที่ 1/2567 อยู่ที่ 2.33 แสนล้านบาท ประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าธุรกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น (JPC) สัดส่วน 88% และบรรษัทข้ามชาติ (MNC) 12% แม้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 1/2567 อัตราการเติบโตสินเชื่อจะหดตัว 3.3% แต่เชื่อว่าในปีนี้สินเชื่อจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้
ติดตามข้อมูลหุ้นกู้ และ เงินฝากธนาคาร กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้