
ที่ประชุม ครม.อนุมัติ พ.ร.ก.เร่งด่วน มีผลบังคับใช้เร็วๆนี้ เพื่อปราบบัญชีม้าให้ธนาคารสามารถระงับธุรกรรมทางการเงินได้ทันที ในกรณีพบเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งเหตุและมีข้อสงสัย จัดโทษหนักคนเปิดบัญชีม้าติดคุก 3 ปี ปรับ 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนจัดหาบัญชีม้า ตั้งแต่ 2-5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เสนอ เพื่อใช้คุ้มครองประชาชนที่สุจริตอย่างเร่งด่วน โดยมีสาระสำคัญกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่หลอกลวงประชาชนให้โอนเงินผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ที่เปิดบัญชีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำเงิน หรือทรัพย์สินมาใช้ในการกระทำความผิดอาญา หรือที่เรียกว่าบัญชีม้า โดยจะส่งร่าง พ.ร.ก.ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ปัจจุบันมิจฉาชีพมีการหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง จากสถิติตั้งแต่ 1 มี.ค.-31 ต.ค.2565 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นกว่า 114,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 22,000 ล้านบาท เฉลี่ย 800 คดีต่อวันอีกทั้งยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจ สามารถระงับการทำธุรกรรมที่สงสัยว่าเป็นธุรกรรมที่กระทำผิดทางอาญา โดยเฉพาะการหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินไปยังบัญชีผู้อื่นที่อยู่ในขบวนการเป็นทอดๆอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “บัญชีม้า” ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับการทำธุรกรรมหรืออายัดเงินได้ทันท่วงที เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี รมว.ดีอีเอสเป็นประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน โดยขั้นตอนในการระงับการทำธุรกรรม ประกอบด้วย กรณีสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุอันควรสงสัยเอง หรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน ให้สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรม แล้วแจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอน ระงับการทำธุรกรรมต่อไปทันทีเป็นการชั่วคราว หากตรวจสอบแล้วไม่พบเหตุสงสัยให้สามารถดำเนินการทำธุรกรรมต่อไปได้ และกรณีได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรมและแจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอน ระงับการทำธุรกรรมไว้ทันทีเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในเวลา 48 ชั่วโมง และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้นภายในเวลา 7 วัน นับแต่วันได้รับแจ้ง
สำหรับการแจ้งข้อมูล หรือหลักฐาน สามารถแจ้งผ่านทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ กรณีแจ้งทางโทรศัพท์ให้ผู้ระงับการทำธุรกรรมบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและส่งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กำหนดบทลงโทษ แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเอง และห้ามไม่ให้ผู้ใดยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้ซิมโทรศัพท์ของตนในทั้งที่รู้หรือควรจะรู้ ซึ่งอาจจะนำไปใช้ในการทุจริตหรือทำผิดกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ห้ามไม่ให้ผู้ใดเป็นธุระจัดหาโฆษณา เพื่อให้มีการซื้อหรือขายบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมโทรศัพท์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการกระทำความผิดอาญา ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.