“สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ปิ๊งไอเดีย ให้ประชาชนปล่อยกู้กันเองผ่านแอปเป๋าตัง

Personal Finance

Finance and Banking

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ปิ๊งไอเดีย ให้ประชาชนปล่อยกู้กันเองผ่านแอปเป๋าตัง

Date Time: 5 เม.ย. 2564 07:18 น.

Summary

“สุพัฒนพงษ์” ชงไอเดีย สร้างระบบให้ประชาชนปล่อยกู้กันเองผ่านแอปเป๋าตัง โดยใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์เครดิตผู้กู้ เช่นเดียวกับที่อาลีบาบาทำในจีน

Latest

อัปเดต! Virtual Bank ในไทยจะเปิดบริการเมื่อไร หลัง ธปท. แจ้งมี 2 เจ้าขอ “เลื่อน” ไปก่อน

“สุพัฒนพงษ์” ชงไอเดีย สร้างระบบให้ประชาชนปล่อยกู้กันเองผ่านแอปเป๋าตัง โดยใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์เครดิตผู้กู้ เช่นเดียวกับที่อาลีบาบาทำในจีน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า จากการช่วยเหลือประชาชนผ่านระบบอีเพย์เมนต์ ที่รัฐบาลโอนเงินช่วยเหลือให้ประชาชนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหลายโครงการ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 พบว่าประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและเรียนรู้การใช้จ่ายเงินผ่านระบบอีเพย์เมนต์ได้รวดเร็ว โดยความสำเร็จในเรื่องนี้ รวมทั้งข้อมูลที่รัฐบาลได้รับในช่วงที่ผ่านมา โดยรัฐบาลกำลังพัฒนาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

โดยส่วนหนึ่งที่รัฐบาลกำลังศึกษาอยู่คือ ในอนาคตอาจให้ประชาชนสามารถปล่อยกู้ระหว่างกันเองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ส่วนประชาชนที่มีเงินออมเพียงพอที่จะสามารถปล่อยกู้และรับความเสี่ยงได้ ก็ให้ใช้ช่องทางนี้ปล่อยเงินกู้ได้ตามกฎหมายกำหนด ซึ่งรูปแบบนี้ในประเทศจีน มีการดำเนินการโดยบริษัท Alibaba มีบริษัทลูกที่ดำเนินการในเรื่องนี้ โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวิเคราะห์เครดิตของผู้กู้เงิน ทำให้การปล่อยเงินกู้ผ่านระบบแอปพลิเคชันสามารถทำได้

สำหรับกลไกที่จะมารองรับของภาครัฐ อาจจะมีหน่วยงานกลาง เป็นรูปแบบสถาบันขึ้นมาช่วยรับประกันการปล่อยเงินกู้บางส่วน โดยประชาชนที่มาปล่อยกู้ผ่านช่องทางนี้จะต้องรับความเสี่ยงเองบางส่วน แต่ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่สูงตามอัตราความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

“เรื่องนี้มีทีมที่ช่วยดูอยู่ว่าการต่อยอดจากโครงการต่างๆ ที่เป็นลักษณะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศจะเป็นอย่างไร ซึ่งจุดหนึ่งเรากำลังดูเรื่องความเป็นไปได้ของการกู้ยืมเงินกันระหว่างประชาชน ที่มีระบบเข้ามาช่วยประเมินความเสี่ยง ซึ่งหากสามารถทำได้ก็จะลดข้อจำกัดของการเข้าถึงเงินทุนของประชาชนและเอสเอ็มอี ขณะที่ในส่วนที่ทำไปได้คืบหน้ามาก คือการทำแพลตฟอร์มในเรื่องของการให้ประชาชนเข้ามาค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งก็จะผ่านแอปเป๋าตังอีกเช่นกัน โดยอนาคตแอปนี้จะต่อยอดไปสู่อะไรได้อีกมาก”

ต่อข้อถามว่า การส่งเสริมการใช้จ่ายในระบบอีเพย์เมนต์ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดให้ผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ นำเอาข้อมูลของประชาชนที่ภาครัฐได้จากแอปเป๋าตังไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่าในส่วนนี้เป็นข้อมูลของภาครัฐที่ประชาชนให้ความยินยอม คงจะไม่สามารถให้เอกชนนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง แต่ภาครัฐจะนำเอาข้อมูลในส่วนนี้มาพัฒนาให้เกิดการบริการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ซึ่งสตาร์ตอัพก็สามารถพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมได้ ฐานข้อมูลลักษณะนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับสตาร์ตอัพในไทยอย่างแน่นอน

สำหรับการส่งเสริมการลงทุนเรื่องของศูนย์กลางฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) ในอาเซียน ซึ่งเป็นข้อเสนอของภาคเอกชน นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะรองรับการลงทุนได้ เนื่องจากเรามีทั้งพื้นที่และไฟฟ้าเพียงพอที่จะรับการลงทุนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายบางส่วน โดยศึกษาจากประเทศสิงคโปร์ว่าสามารถดึงการลงทุนในเรื่องนี้ได้อย่างไร เช่น กฎหมายการคุ้มครองข้อมูลทางธุรกิจ และในเรื่องของสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ก็ต้องสามารถที่จะแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนในส่วนนี้ได้ด้วย.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ