
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปีนี้ หากคิดเป็นเม็ดเงินมากกว่า 20,000 ล้านบาท หรือกระทบต่อจีดีพี 0.01% และหากภัยแล้งมีความเสียหายมากกว่าที่ประมาณการไว้ อีกทั้งตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2562 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประกาศในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ออกมาแย่กว่าที่คิด ธนาคารก็จะปรับลดจีดีพีปีนี้ใหม่อีกรอบ จากที่ประเมินว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโตที่ 2.7% หากความรุนแรงของสงครามการค้าไม่มากนัก
สำหรับเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยครึ่งปีแรกจะอยู่ที่ 29.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และครึ่งปีหลังอยู่ที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง ขณะที่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด คาดว่าจะอยู่ที่ 31,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
“ภายในเดือน ม.ค.2563 นี้ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงบ้าง หลังจากปีที่ผ่านมาแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค ทำให้เงินบาทเป็นที่น่าสนใจน้อยกว่าค่าเงินเอเชียสกุลอื่นๆ นอกจากนี้ การออกมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์การเปิดเสรีเงินทุนเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม ก็ได้ช่วยลดแรงกดดันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าจนเกินไป”
นายกอบสิทธิ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ว่า คาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25% หรือหากจะมีการปรับลดลง ก็น่าจะลดเพียงเล็กน้อย ราว 1 ครั้งที่อัตรา 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำที่สุดในประวัติการณ์อีกครั้งที่ระดับ 1.00%.