
• ภาพเศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ล่าสุดปี 2567 และ 9 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัว 5% และ 5.2% ตามลำดับ แม้ดูชะลอลงกว่าในอดีต จากปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่จีนยังคงเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุดของโลก
• ภายใต้ความท้าทายหลายด้าน จีนกลับกำลังก่อรูป “เศรษฐกิจยุคใหม่” มุ่งเน้น เทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง การบริโภคยุคใหม่ของประชากรจีน การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยอย่างน่าสนใจ
• โอกาสและความท้าทายในประเทศจีน มีความแตกต่างจากความหลากหลายของเมือง และอุตสาหกรรมสำคัญที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ การท่องเที่ยว รวมถึงยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลก
• “ธนาคารกรุงเทพ” เป็นสถาบันการเงินสำคัญพานักลงทุนไทยสู่ความสำเร็จในประเทศจีน ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เป็นเหมือน “เพื่อนคู่คิด” มีความสัมพันธ์กับประเทศจีนมาอย่างยาวนานจนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
แม้เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความผันผวน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว แต่ “จีน” ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการผลิต มีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเป็นผู้นำของหลากหลายอุตสาหกรรมใหม่ เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ และเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น
เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ล่าสุดปี 2567 และ 9 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัว 5% และ 5.2% ตามลำดับ แม้การเติบโตของ GDP โดยรวมจะไม่หวือหวาเหมือนในอดีต แต่จีนยังคงเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุดของโลก และมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานด้านการผลิต เทคโนโลยี และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสมัยใหม่
จีนในวันนี้แตกต่างจากจีนเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง โครงสร้างเศรษฐกิจจีนกำลังก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จาก “การเติบโตเชิงปริมาณ” ไปสู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ แม้จะมีความท้าทาย เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว หนี้รัฐบาลท้องถิ่น และความเสี่ยงทางการค้า/การเมืองระหว่างประเทศ แต่หลายอุตสาหกรรมกลับยังเติบโตโดดเด่น และเป็นโอกาสสําคัญของนักลงทุนไทย
โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของจีนประกอบด้วย 3 แรงขับเคลื่อนหลัก ได้แก่
1) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) จีนยังคงเป็น “โรงงานของโลก” แต่กำลังพัฒนาไปเป็น “โรงงานเทคโนโลยีของโลก” จีนเป็นผู้นำของโลกในหลายสาขา เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และซัพพลายเชนทั้งระบบ แบตเตอรี่
ลิเธียม / Energy Storage พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) Wind Turbine Energy Storage หุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Robotics) Semiconductor / AI Hardware เป็นต้น ซึ่งภาคการผลิตยุคใหม่เหล่านี้กำลังแทนที่การพึ่งพาอสังหาริมทรัพย์ในอดีต
2) การบริโภคยุคใหม่ของประชากรจีน (Consumption Upgrade) จีนกำลังย้ายจากการบริโภคเชิงปริมาณ ไปสู่การบริโภคคุณภาพสูง แม้อัตราการบริโภคบางหมวดชะลอตัว แต่สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต กลับเติบโตอย่างชัดเจน รวมถึง ผู้บริโภคจีนหันไปสู่สินค้าและบริการคุณภาพสูง เช่น สินค้าเทคโนโลยี Smart Appliances EV รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล สินค้าเพื่อสุขภาพและผู้สูงวัย Healthcare & Wellness ท่องเที่ยว Online Services อาหาร บริการระดับพรีเมียม เป็นต้น
3) การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ จีนเร่งลงทุนขนาดใหญ่ใน Digital Infrastructure Data Center และ Cloud เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมเมืองใหญ่ เป็นต้น ซึ่งทำให้ความต้องการคลังสินค้า โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการผลิตยังเติบโตต่อเนื่อง จีนครองความได้เปรียบระดับโลกจากต้นทุนต่ำ เทคโนโลยีล้ำหน้า และกำลังการผลิตขนาดใหญ่
แม้เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่โครงสร้างใหม่ของจีนกำลังเปิดโอกาสมหาศาลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการผลิตยุคใหม่ จีนในวันนี้ไม่ใช่ตลาดที่โตเพราะ “ปริมาณ” อีกต่อไป แต่โตด้วย “นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริโภคที่มีคุณภาพสูง” และนี่คือพื้นที่ใหม่ที่นักธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม ซึ่งไทยสามารถมีบทบาทเชื่อมต่อได้ทั้งในฐานะคู่ค้า นักลงทุน และผู้ประกอบการ
อุตสาหกรรมดาวรุ่งที่น่าสนใจ
1) พลังงานสะอาด – Solar / Battery / Energy Storage จีนเป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดรายใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าอุปสงค์ระบบพลังงานสะอาดในตลาดโลกจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
2) EV Ecosystem ตั้งแต่แบตเตอรี่ เครื่องยนต์ไฟฟ้า จนถึงระบบ Software ของรถ
3) Semiconductor / AI Hardware ได้รับการสนับสนุนด้านงบลงทุนระดับชาติ รัฐบาลลงทุนขนาดใหญ่เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี
4) Logistics และ Urban Infrastructure
5) การแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ (Healthcare & Biotech) รองรับสังคมสูงอายุของจีน
ข้อแนะนำสำคัญสำหรับนักธุรกิจไทย คือ ติดตามนโยบายจีนอย่างใกล้ชิด เลือกลงทุนเจาะอุตสาหกรรมที่จีนโตต่อเนื่อง พิจารณา Joint Venture เพื่อเข้าถึงตลาดท้องถิ่น และเน้นธุรกิจที่เป็นจุดเด่นของไทย เช่น อาหาร บริการ สุขภาพ เป็นต้น ตลอดจนมองการลงทุนในกรอบจีน–อาเซียน เพื่อเชื่อมซัพพลายเชนข้ามประเทศ
จีนยังคงเป็น “ตลาดอนาคต” ที่ให้โอกาสการเติบโตที่โดดเด่น หากเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่และเลือกลงทุนอย่างถูกทาง
หนึ่งในสถาบันการเงินของไทยที่มีสายสัมพันธ์ยาวนานกับประเทศจีนอย่าง “ธนาคารกรุงเทพ” เป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในจีนเริ่มเปิดสาขาแรกตั้งแต่ปี 2529 และในเดือนธันวาคม 2552 ธนาคารได้เปลี่ยนจากสาขาสู่ธนาคารท้องถิ่นใช้ชื่อว่าธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) จำกัด โดยธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) เริ่มเปิดดำเนินการในวันที่ 28 ธันวาคม 2552 มีสำนักงานใหญ่อยู่เซี่ยงไฮ้ และมีสาขาอื่นๆในเมืองหลัก ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซี่ยเหมิน เสิ่นเจิ้น และฉงชิ่ง
ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) สำนักงานใหญ่ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
“ธนาคารกรุงเทพ” ให้บริการทางการเงินหลากหลายและครบวงจร สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่สนใจเข้ามาลงทุนในจีนได้เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ รวมถึงมีสายสัมพันธ์ที่ยาวนานทำให้มีความเข้าใจในประเทศจีนอย่างลึกซึ้ง พร้อมเป็น “เพื่อนคู่คิด” พานักลงทุนไทยไปสู่ความสำเร็จในประเทศจีน
คุณสิทธิชัย จิวัฒน์ธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) จำกัด สำนักงานใหญ่ ระบุถึงโอกาสในประเทศจีนว่า เศรษฐกิจจีนเริ่มมีปัญหามาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ เริ่มเห็นสัญญาณฟองสบู่ในปี 2562 ซึ่งมีผลกระทบจากปัญหาระหว่างประเทศ และมีปัญหาด้านสภาพคล่อง มีการผิดนัดชำระ จนกระทั่งเศรษฐกิจจีนเริ่มเปราะบาง แม้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาทางการจีนได้มีมาตรการควบคุมดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนก็ตาม
นอกจากนี้ ผลจากปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำให้กระทบไปยังภาคก่อสร้างและการใช้จ่ายของคนใช้จ่ายน้อยลง เช่นเดียวกับธุรกิจร้านอาหาร และเดลิเวอรี่ ที่ต้องปรับเปลี่ยนไปให้สอดรับกับการใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเข้ามารับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้จีนได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า หรือเรียกว่า Trade War ซึ่งจะมี
ผลกระทบกับเศรษฐกิจจีนทั้งหมด เพราะตอนนี้เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่ และอาจจะแซงหน้าสหรัฐฯในอนาคต
สำหรับโอกาสสินค้าไทยไปยังประเทศจีนที่สำคัญคือ สินค้าการเกษตร น่ายินดีที่ผู้ผลิตไทยหลายรายเริ่มเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย เช่น ผลไม้แปรรูป หรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากการเกษตรต่างๆ เพราะสินค้าหลายอย่าง เช่น ข้าว มีคู่แข่งจากเวียดนามและอินเดีย ในขณะที่ถ้าเป็นผลไม้อย่างทุเรียน จะมีคู่แข่งคือทุเรียนประเทศกัมพูชา และทุเรียนประเทศเวียดนาม ซึ่งในเวลานี้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับเพิ่มมูลค่าเพิ่มของสินค้า
ขณะที่โอกาสการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในประเทศจีน ต้องมีพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่ดี ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญ แต่ยอมรับว่าตลาดประเทศจีนไม่ใช่ตลาดที่ง่าย จึงต้องมีพาร์ทเนอร์ที่ดี และต้องเข้าใจตลาด โดยมองว่าปัญหาอุปสรรคสำคัญของคนไทยคือเรื่องภาษาจีน และในเวลานี้รัฐบาลจีนพยายามยกระดับ เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล เน้นเทคโนโลยี ฟินเทค และสินค้าไฮเทค
“แนะนำภาคธุรกิจไทยที่จะเข้ามาลงทุนในจีน จะต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ตลาดธุรกิจอะไรที่พอจะมีแนวโน้มที่จะยั่งยืน เน้นระยะกลางและระยะยาว แต่ตลาดผู้บริโภคคอนซูมเมอร์ค่อนข้างท้าทาย แข่งขันยาก สินค้าไทยการเกษตรพอไปไหว เช่น อาหารการกิน แต่ก็ต้องเพิ่มมูลค่า”
คุณสิทธิชัย ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ธนาคารกรุงเทพเข้ามาในประเทศจีน การบริหารงานของผู้บริหารค่อนข้างที่จะต่อเนื่องกัน โดยผู้บริหารหลายคนเคยอยู่จีนและกลับมาอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซึ่งทำให้กระบวนการรวดเร็ว กระชับมากขึ้น และรู้จักลูกค้าอยู่แล้ว ทำให้หากลูกค้าสนใจลงทุนสามารถติดต่อกับธนาคารกรุงเทพได้รวดเร็วกว่า แทนที่จะไปติดต่อธนาคารในประเทศจีนอื่นๆ
| ที่ปรึกษาการลงทุน และโอกาสทางธุรกิจ |
|
| ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) สำนักงานใหญ่ Bangkok Bank Building, No.7 Zhongshan East-1 Road, Huangpu District, Shanghai 200002, The People’s Republic of China เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. โทร: +86-23 2329 0100 |
|
| สาขาปักกิ่ง 1st Floor, New China Insurance Tower, No.12A Jianguomenwai Avenue, Chaoyang District, Beijing 100022, The People’s Republic of China เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. โทร: +86-10 6569 0088 |
|
| สาขาเซี่ยเหมิน 1st & 2nd Floor, Xiamen Top Plaza No.2 Zhenhai Road, Siming District Xiamen, Fujian Province 361001, The People’s Republic of China เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. โทร: +86-592 2979 889 |
|
| สาขาเซินเจิ้น 1st Floor, Unit 12, Hua Rong Building, No.178 Mintian Road, Futian District, Shenzhen Municipality, Guangdong Province 518048, The People’s Republic of China เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. โทร: +86-755 3396 5800 |
|
| สาขาฉงชิ่ง 1st Floor (L104 & L105) and 38th Floor (Unit A), HNA Poly International Plaza, No.235 Minsheng Road, Yuzhong District, Chongqing 400010, The People’s Republic of China เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. โทร: +86-23 6037 2300 |
|
| สาขาเซี่ยงไฮ้ Bangkok Bank Building, No.7 Zhongshan East-1 Road, Huangpu District, Shanghai 200002, The People’s Republic of China เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. โทร: +86-21 2329 0100 |
|
| ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง Bangkok Bank Building 28 Des Voeux Road, Central, Hong Kong เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.00 น. โทร: +852 2801 6688 อีเมล: bbl.hk@bangkokbank.com |
| ศูนย์ให้คำแนะนำด้านการค้าและการลงทุนสำหรับผู้ที่สนใจดำเนินธุรกิจใน AEC |
|
| ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารแห่งความเป็นเลิศใน AEC ศูนย์ AEC Connect พร้อมช่วยคุณสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาค โทรศัพท์: 02 230 2758 อีเมล: aecconnect@bangkokbank.com |
| ติดต่อและปรึกษาเพิ่มเติม |
|
| ธนาคารกรุงเทพ (สำนักงานใหญ่) เว็บไซต์: www.bangkokbank.com โทรศัพท์: บัวหลวงโฟน 1333 หรือ 02 645 5555 อีเมล: info@bangkokbank.com |
แหล่งอ้างอิงข้อมูล