Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
อินโดนีเซีย โอกาสการค้าการลงทุน

Investment

Wealth Management

Content Partnership

Author

Content Partnership

Tag

อินโดนีเซีย โอกาสการค้าการลงทุน

Date Time: 29 ก.พ. 2567 11:37 น.
Content Partnership

Summary

  • • อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดันต้นๆ ของอาเซียน ด้วยประชากรมากถึง 250 ล้านคน และเป็นคนหนุ่มสาว ทำให้มีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น
  • • โอกาสการค้าการลงทุนในอินโดนีเซีย ด้วยความพร้อมของภูมิประเทศ อุดมสมบูรณ์ในเรื่องการทำเกษตร ปาล์มน้ำมัน ถ่านหิน ยางพารา และธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด
  • • ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของธนาคารกรุงเทพ ที่เชื่อมโยงประเทศอินโดนีเซียมามากกว่า 50 ปี พร้อมเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านธนาคารเพอร์มาตา ซึ่งเป็นธนาคารท้องถิ่นในเครือ

ประเทศอินโดนีเซีย ถือว่ามีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับต้นๆของอาเซียน การขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) เติบโตเฉลี่ยสูง 5% ในช่วงที่ผ่านมา และยังเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ด้วยประชากรมากถึง 250 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยแรงงานคนหนุ่มสาว ทำให้ยังมีโอกาสอีกมากในด้านการค้าและการลงทุนประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากในปัจจุบันตลาดผู้บริโภคในอินโดนีเซียมีศักยภาพสูงและมีความต้องการมาก


โอกาสการค้าการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์พร้อมทำการเกษตรทำให้สินค้าส่งออกหลัก คือ น้ำมันดิบ ปาล์มน้ำมัน ถ่านหิน ยางพารา และเมล็ดโกโก้ ขณะที่อุตสาหกรรมหลัก นอกเหนือจากเกษตรกรรมแล้ว ยังมีที่น่าสนใจ คือ อุตสาหกรรมด้านอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องจักรกล การขนส่ง เคมีภัณฑ์และสิ่งทอ เป็นต้น และในเวลานี้อินโดนีเซียเน้นในเรื่องของพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ตอบรับเทรนด์ที่กำลังไปสู่ความยั่งยืนทั่วโลก ทำให้เป็นโอกาสสำหรับผู้สนใจที่จะเข้าลงทุนในอินโดนีเซียที่ควรศึกษาเรียนรู้


ความท้าทายก่อนที่ผู้สนใจลงทุนในประเทศอินโดนีเซียควรรู้ คือ ภาษาหลักที่ใช้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ แต่ยังมีภาษาท้องถิ่นที่เป็นภาษาประจำชาติคือ บาฮาซา ทำให้และเรื่องกฎหมายและกฎระเบียบมีความซับซ้อน เช่น การครอบครองที่ดิน ด้านภาษี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จะเข้ามาลงทุนต้องเรียนรู้ หรือปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการเงินท้องถิ่นที่เข้าใจในพื้นที่จะยิ่งทำให้การทำธุรกิจสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น


“การเติบโตของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุดในอาเซียน และจะมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกในปี 2588 ควบคู่กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2603 อินโดนีเซียมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวภายใต้แผนแม่บทที่ชัดเจน เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า การเงินสีเขียว การส่งเสริมเศรษฐกิจสีน้ำเงิน อุตสาหกรรมทางทะเล”


ปัจจุบันสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของไทย “ธนาคารกรุงเทพ” เชื่อมโยงกับอินโดนีเซียมามากกว่า 50 ปี เริ่มตั้งแต่ได้จัดตั้งสาขาแรกที่กรุงจาการ์ตาเมื่อปี 2511 ทำให้มีความเข้าใจในเศรษฐกิจและธุรกิจในท้องถิ่นเป็นอย่างดี เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในตลาดอินโดนีเซีย จากประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ธนาคารมีความเชี่ยวชาญ พร้อมที่จะสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจไทย และจนล่าสุดเมื่อปี 2563 ธนาคารกรุงเทพได้ดำเนินการครั้งสำคัญเข้าถือหุ้นใหญ่ธนาคารเพอร์มาตา ซึ่งถือเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ใน 10 อันดับแรกของอินโดนีเซีย เรียกได้ว่าเมื่อธนาคารกรุงเทพ ผสานความร่วมมือกับธนาคารท้องถิ่นในเครืออย่างธนาคารเพอร์มาตา ทำให้เป็นธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดแห่งหนึ่ง

ธนาคารกรุงเทพ พาลูกค้าธุรกิจลงทุนและขยายกิจการในอินโดนีเซีย ผ่านเครือข่ายสำคัญอย่างเพอร์มาตา

‘ชลิต เตชัสอนันต์’ ที่ปรึกษา กิจการธนาคารต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า ธนาคารกรุงเทพสนับสนุนโอกาสการค้าการลงทุนระหว่างทั้ง 2 ประเทศ คือ ไทยและอินโดนีเซีย ทำให้มีความเชื่อมโยงระหว่างการค้าและการลงทุนได้ดีขึ้น ด้วยเครือข่ายของธนาคารเพอร์มาตา ซึ่งเป็นธนาคารท้องถิ่นในเครือของธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีความเชี่ยวชาญพร้อมที่จะพานักธุรกิจ นักลงทุนไทยไปลงทุนและขยายกิจการในประเทศอินโดนีเซีย

ธนาคารเพอร์มาตาสามารถให้บริการทางการเงินแบบครบวงจรครอบคลุมทั่วทั้งอินโดนีเซีย ทำให้ธนาคารกรุงเทพมีฐานที่กว้างและลึกมากยิ่งขึ้น และด้วยฐานรายได้ของประชากรที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงประชากรของอินโดนีเซียเป็นคนหนุ่มสาวทำให้เป็นตัวผลักดันให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

ธนาคารกรุงเทพ เข้าไปลงทุนประเทศอินโดนีเซีย พยายามช่วยลูกค้าไทยขยายกิจการไปอินโดนีเซีย เช่น พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด พลังงานความร้อนใต้ภิภพ (Geothermal Energy) พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมที่ไทยนำสินค้าส่งออกมายังประเทศอินโดนีเซียและทำได้ดี เช่น อาหารทานเล่น สแน็กฟู้ด เครื่องดื่ม ถือว่าประสบความสำเร็จ ทำให้สินค้าไทยเข้ามาในอินโดนีเซียมากขึ้นและสะดวกขึ้น

‘ชลิต’ กล่าวทิ้งท้ายว่า นักลงทุนไทยที่สนใจเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย ควรพิจารณาข้อมูลและปัจจัยแวดล้อมโดยเฉพาะที่ตั้งของสำนักงานที่ควรมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ที่สะดวกในการขนส่งเดินทาง และยังต้องดูในเรื่องกฎหมาย เรื่องวัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งในทุกเรื่องธนาคารกรุงเทพและธนาคารเพอร์มาตาสามารถช่วยสนับสนุนได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี การที่ธนาคารกรุงเทพเข้าถือหุ้นธนาคารเพอร์มาตา ทำให้ธนาคารมีเครือข่ายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือบริการด้านการเงินได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น ตอบโจทย์ในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าธุรกิจรายย่อย ธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจรายใหญ่ หรือแม้แต่ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ตามหลักชาริอะฮ์ สามารถรองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ทางด้านการเงินเท่านั้นแต่ธนาคารกรุงเทพยังเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” พร้อมนำความรู้และความเชี่ยวชาญพาลูกค้าทุกกลุ่มเติบโตไปด้วยกัน

ที่ปรึกษาการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจ
ธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค
ธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค (ธนาคารเพอร์มาตา) ซึ่งธนาคารกรุงเทพถือหุ้น 98.71% มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงจาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย ให้บริการทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อยในประเทศอย่างครบวงจร รวมถึงบริการตามหลักศาสนาอิสลาม หรือ ชะรีอะฮ์
ที่อยู่: Gedung World Trade Center II 1st-2nd, 21st-30th Floor
Jl. Jenderal Sudirman Kav. 29-31, Jakarta 12920, Indonesia
โทรศัพท์: +62 21 523 7788
เว็บไซต์: www.permatabank.com
ศูนย์ให้คำแนะนำด้านการค้าและการลงทุนสำหรับผู้ที่สนใจดำเนินธุรกิจใน AEC
ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารแห่งความเป็นเลิศใน AEC
ศูนย์ AEC Connect พร้อมช่วยคุณสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาค
โทรศัพท์: 02 230 2758
อีเมล: aecconnect@bangkokbank.com
ติดต่อและปรึกษาเพิ่มเติม
ธนาคารกรุงเทพ (สำนักงานใหญ่)
เว็บไซต์: www.bangkokbank.com
โทรศัพท์: บัวหลวงโฟน 1333 หรือ 02 645 5555
อีเมล: info@bangkokbank.com

Author

Content Partnership

Content Partnership