
สงครามยังยืดเยื้อ สหรัฐฯ เสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 2027 พุ่ง 24% สู่ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ จับตา 3 หุ้น LMT, RTX และ PLTR รับกระแสความมั่นคงและความต้องการอาวุธที่เพิ่มขึ้น
ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ความมั่นคงกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา เพราะกระทบทั้งราคาพลังงาน การขนส่ง และเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันยังผลักดันให้รัฐบาลหลายประเทศเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม
ตามรายงานของฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ข้อเสนองบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 24% หากได้รับอนุมัติ อาจเป็นแรงหนุนต่อบริษัทผู้ผลิตอาวุธ ขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ
สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ทั้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องติดตาม เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ราคาพลังงาน การขนส่งระหว่างประเทศ ไปจนถึงทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้หลายประเทศต้องให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร ทั้งการจัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์ การพัฒนาระบบป้องกันประเทศ ตลอดจนการเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนผ่านคำสั่งซื้อและมูลค่าสัญญาที่ยังคงอยู่ในมือของบริษัทผู้ผลิตอาวุธ หรือที่เรียกว่า Backlog Order
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคืองบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ปี 2027 ซึ่งมีข้อเสนอวงเงิน 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ครอบคลุมทั้งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการดำเนินงานและบำรุงรักษา หากข้อเสนอดังกล่าวได้รับอนุมัติ ก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินค้าและบริการจากบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหมในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าบริษัททุกแห่งจะได้รับประโยชน์เท่ากัน ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการจัดสรรงบประมาณ ประเภทของยุทโธปกรณ์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ความสามารถในการส่งมอบสินค้า และการเปลี่ยนคำสั่งซื้อให้เป็นรายได้และกำไรของแต่ละบริษัท
ฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านและรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ โดยมีการยกระดับความรุนแรงเป็นระยะ จากสถานการณ์ความขัดแย้งเหล่านี้เป็นผลบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่ม Defense
สะท้อนผ่านมูลค่าคำสั่งซื้อคงค้างของหุ้นกลุ่มนี้ เช่น Lockheed Martin และ RTX Corporation มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ และอิหร่านได้มีการทวีความรุนแรงในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ อีกทั้งบริษัทในกลุ่มนี้มีการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027
นอกจากนี้ ตัวเร่งสำคัญของการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้คืองบกลาโหมสหรัฐฯ ในปี 2027 โดยปัจจุบันมีการยื่นขอไปที่ระดับ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24% จากปีนี้ และอยู่ในระหว่างการพิจารณาภายในช่วงปลายปี หากงบประมาณในปีหน้าผ่านตามแผนที่ระดับ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มองว่าจะเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่ม Defense
โดย บล. เอเซีย พลัส ให้ความเห็นชื่นชอบ Lockheed Martin หรือหุ้น LMT มากสุดในกลุ่ม จากการเป็นผู้นำในการสร้างขีปนาวุธที่มีความต้องการสูงมากในช่วงนี้ ด้าน DR ชื่นชอบ PLTR หรือ Palantir Technologies
Lockheed Martin (LMT) ผู้นำอาวุธและขีปนาวุธ
Lockheed Martin เป็นผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีธุรกิจเครื่องบินรบ เช่น F-35 ระบบขีปนาวุธ และเทคโนโลยีความมั่นคง จุดเด่นคือบทบาทในการผลิตอาวุธที่อาจมีความต้องการเพิ่มขึ้นเมื่อรัฐบาลเร่งเติมคลังอาวุธและเสริมระบบป้องกันประเทศ
RTX Corporation (RTX) โอกาสจากขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศ
RTX ดำเนินธุรกิจทั้งด้านกลาโหมและการบินเชิงพาณิชย์ โดย Raytheon มีบทบาทในระบบขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงธุรกิจอื่นเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์และอุปกรณ์การบิน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog รวม 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ไตรมาส 3 ปี 2026 โดยเป็นธุรกิจกลาโหมถึง 164,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Palantir Technologies (PLTR) โอกาสจากซอฟต์แวร์และ AI
Palantir Technologies พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งนำไปใช้ในงานข่าวกรอง การวางแผนปฏิบัติการ และการประสานข้อมูล เทคโนโลยีดังกล่าวอาจมีบทบาทเพิ่มขึ้นเมื่อการป้องกันประเทศต้องอาศัยข้อมูลและ AI มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทั่วโลกและความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซทำให้ประเด็นความมั่นคงยังมีความสำคัญ ซึ่งทำให้ทั้ง 3 หุ้นมีปัจจัยขับเคลื่อนและความเสี่ยงแตกต่างกัน นักลงทุนจึงควรติดตามการอนุมัติงบประมาณ ผลประกอบการ คำสั่งซื้อ และมูลค่าหุ้น และศึกษารายละเอียดให้ครบก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney