
รายได้ไตรมาส 3/2026 อยู่ที่ 14,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และพลิกจากภาวะขาดทุนในปีก่อนมาเป็นกำไรสุทธิ 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของมหาเศรษฐี Elon Musk เผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2026 ระบุ รายได้เติบโตขึ้น 161% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีธุรกิจ AI เติบโตแรงสุด รายได้พุ่งขึ้นถึง 9 เท่า ส่งผลให้หุ้น SPCX พุ่งขึ้นทันทีราว 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ในระหว่างการประชุมแถลงผลประกอบการ Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX ยังมีการกล่าวด้วยว่า เขามองการควบรวมกิจการ SpaceX และ Tesla เป็น “ความคิดที่ดี” พร้อมเผยว่า ทั้งสองบริษัทได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อหารือในเรื่องดังกล่าวแล้ว
โดยผลประกอบการสำคัญของ SpaceX ประจำ Q3/2026 มีรายละเอียดดังนี้
Bret Johnsen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ SpaceX เปิดเผยระหว่างการประชุมว่า บริษัทคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 1 ปี 2027 จะอยู่ที่ 33,000-37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ LSEG คาดการณ์ไว้ที่ 22,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Bret Johnsen ระบุว่า การคาดการณ์รายได้ระดับดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนมาจากโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประมวลผล (Compute) ที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
แม้ SpaceX จะเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา รายได้และกำไรส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากธุรกิจการเชื่อมต่อ หรือ Connectivity ที่ครอบคลุมบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink
โดยจำนวนผู้ใช้บริการ Starlink เพิ่มขึ้นเป็น 13.6 ล้านรายในไตรมาสดังกล่าว จาก 12 ล้านรายในไตรมาสก่อนหน้า
รายได้รวมจากธุรกิจการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น 69% แตะ 5,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก StreetAccount คาดการณ์ไว้ที่ 4,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ กำไรเกือบทั้งหมดของบริษัทยังคงมาจาก Starlink โดยธุรกิจการเชื่อมต่อมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แตะ 2,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อพิจารณาแหล่งที่มาของรายได้ พบว่า SpaceX มีรายได้จากผู้ใช้ Starlink ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป 3,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ลูกค้าภาครัฐและลูกค้าองค์กรสร้างรายได้ให้บริษัทอีก 2,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หนึ่งในเหตุผลสำคัญของการเติบโตครั้งนี้คือ แผนสร้างเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในสหรัฐฯ ของ Starlink โดย SpaceX ประกาศเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทจะเข้าซื้อคลื่นความถี่ต่ำขนาด 800 MHz นอกจากนี้ คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ยังอนุมัติแผนการขยายเครือข่ายดาวเทียมของบริษัทเพิ่มอีก 15,000 ดวงอีกด้วย
SpaceX ก้าวเข้าสู่ธุรกิจ AI ผ่านการเข้าซื้อกิจการ xAI ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนา AI ของ Elon Musk เอง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากนั้นบริษัทก็ได้เร่งขยายธุรกิจดังกล่าวออกไปอย่างรวดเร็ว โดยให้บริการเช่าพลังประมวลผล หรือ Compute กับบริษัทต่าง ๆ เช่น Google และ Anthropic
ปัจจุบัน SpaceX เรียกธุรกิจ AI ของตัวเองว่า “Super Intelligence” และธุรกิจนี้ได้กลายเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัทแล้ว โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 9 เท่า แตะระดับ 7,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 813 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยธุรกิจ AI นี้ยังพลิกมาทำกำไรจากการดำเนินงานได้ 431 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในไตรมาส 3 SpaceX ยังได้ปิดดีลเข้าซื้อกิจการ Cursor สตาร์ทอัพด้านการเขียนโค้ดด้วย AI มูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จอีกด้วย
ในทางกลับกัน ธุรกิจปล่อยจรวดของ SpaceX เติบโตเพียงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 1,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจอวกาศมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ Elon Musk ยังได้กล่าวระหว่างการประชุมด้วยว่า เมื่อพิจารณารวมธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการคลาวด์ และรายได้จากผู้ใช้ที่ชำระเงินเพื่อใช้งานโมเดลและผลิตภัณฑ์ AI ตระกูล Grok บริษัทตั้งเป้าให้รายได้ประจำต่อปี (Annual Recurring Revenue) ไว้ที่ 500,000 ล้าน ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีหน้า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ว่า SpaceX จะมีรายได้รวมตลอดปี 2027 อยู่ที่ประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายความว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีนี้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney