หุ้นไทย Q3 ร่วงจากจุดสูงสุดปี 69 เกือบ 100 จุด โบรกฯ ชี้กำไร บจ. ยังโต ปีหน้าเจอกัน 1,700 จุด

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นไทย Q3 ร่วงจากจุดสูงสุดปี 69 เกือบ 100 จุด โบรกฯ ชี้กำไร บจ. ยังโต ปีหน้าเจอกัน 1,700 จุด

Date Time: 4 ต.ค. 2569 09:00 น.

Video

อธิบาย Stablecoin แบบเข้าใจง่าย จะเปลี่ยนโลกยังไง ทำไมถึงสำคัญ? | Digital Frontiers EP.76

“Summary“

หุ้นไทย Q3/69 ร่วงเกือบ 100 จุดจากจุดสูงสุดปีนี้ แม้แรงกดดันรุมเร้า แต่โบรกฯ ชี้กำไร บจ.ยังโต พร้อมมองข้ามช็อตปีหน้า SET มีลุ้นแตะ 1,700 จุด

Latest


ผ่านมาแล้ว 3 ไตรมาสของปี 2569 นับว่าปีนี้หุ้นไทยกลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง SET Index บวกสะสมราว 24% จากต้นปี และเคยทะยานถึง 1,652.97 จุดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมซึ่งเป็นจุดสูงสุดของปี

แต่ผ่านมาไม่กี่เดือน ดัชนีลดลงกลับมายืนที่ 1,559.01 จุด ณ ราคาปิดวันที่ 30 กันยายน 2569 ต่ำกว่ายอดดอย 93.96 จุด คนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดจึงเริ่มรู้สึกถึงลมหนาวบนยอดดอย

ยิ่งช่วงนี้มีปัจจัยลบรุมเร้าทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ขึ้นมาแตะ 5% เฟดมีแนวโน้มกลับมาขึ้นดอกเบี้ย น้ำมันที่ยังแพง น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง ทำให้ต้องจับตากันต่อว่าจากนี้หุ้นไทยจะพักฐานต่อหรือมีโอกาสฟื้นกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

"ราคาน้ำมัน" ตัวการใหญ่กดดันตลาด

วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้ความเห็นกับ Thairath Money ว่า ต้นตอหลักของปัญหาทั้งหมดในปัจจุบันคือ "ราคาน้ำมัน" ซึ่งส่งผลกระทบไปยังตลาดการเงิน ทั้งบอนด์ยีลด์และดอกเบี้ยทรงตัวสูง

เพราะเมื่อราคาน้ำมันแพงจะกดดันให้เงินเฟ้อชะลอตัวยาก ส่งผลให้ US Bond Yield ทรงตัวในระดับสูงเกิน 5% และดอกเบี้ยนโยบายลงยาก ทำให้หุ้นปรับตัวขึ้นได้ลำบาก

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงาน ทำให้เสี่ยงขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และเอื้อให้เงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (พ.ย. - ธ.ค.) เป็นช่วงที่ต้องจับตาว่าสถานการณ์สงครามจะผ่อนคลายลงจนเริ่มเห็นสัญญาณการเจรจาหรือไม่ ซึ่งหากสถานการณ์ดีขึ้น จะช่วยกดดันให้ราคาน้ำมันค่อยๆ ปรับตัวลงในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

และหากราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตลาดจะเริ่มรับรู้ปัจจัยบวก และหากลงไปแตะระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้ จะช่วยลดแรงกดดันต่อ Bond Yield ค่าเงินบาทจะเริ่มแข็งค่าขึ้น และดึงดูด Fund Flow ให้ไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย

ปีหน้าเจอกัน 1,700 จุด

วีระวัฒน์ ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 4/2569 จะยังเป็นลักษณะ "แกว่งออกข้างหรือซึมตัว" อยู่ในกรอบประมาณ 1,500 กลางๆ ถึง 1,600 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะยังไม่ไปไหนได้ไกลอย่างน้อยจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

และหากมองข้ามช็อตไปข้างหน้าปัจจุบันยังคงประเมินเป้าหมาย SET Index ในช่วงกลางปี 2570 ไว้ที่ระดับเดิม 1,710 จุด

ในแง่ของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในปี 2569 คาดการณ์ EPS รวมของตลาดจะอยู่ที่ 108 บาทต่อหุ้น เติบโตแรงกว่า 24% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนโดดเด่นจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

อย่างไรก็ตาม คาดว่า EPS ตลาดจะชะลอลงมาเหลือ 104 บาท/หุ้น จากการหดตัวของกำไรกลุ่ม Commodity และพลังงาน ซึ่งแม้หุ้นกลุ่มอื่นจะยังเติบโตได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ได้ทั้งหมด

เปิดกลยุทธ์หุ้นกลุ่มไหนน่าลงทุน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ ดังนี้

1.ระยะสั้น ในภาวะที่ราคาน้ำมันและดอกเบี้ยยังทรงตัวสูง แนะนำเน้นพักเงินและเลือกลงทุนในกลุ่มที่ทนทานต่อปัจจัยลบ เช่น หุ้นกลุ่มพลังงานและโภคภัณฑ์ที่ยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันทรงตัวสูง

และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่แข็งแกร่งในภาวะดอกเบี้ยสูง แม้อาจมีแรงขายทำกำไรบ้าง แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามและระวังคือ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง

2.ระยะกลาง-ยาว มองข้ามช็อตปี 2570 สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสะสมหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนเมื่อปัจจัยลบเริ่มคลี่คลาย แนะนำเน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ขาลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มไฟแนนซ์ และกองทุน REIT รวมถึงกลุ่มสินค้าเกษตร ยางพารา และเนื้อสัตว์ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากธีมเอลนีโญ


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ