
สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากดดันตลาดหุ้นไทย ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังมีความผันผวนจากทั้งปัจจัยต่างประเทศและแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
โดยตลาดหุ้นไทยเปิดทำการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.ย.69) ดัชนี SET Index ณ เวลา 11.30 น. อยู่ที่ 1,596.85 จุด ลดลง -10.78 จุด หรือ -0.67% แม้ครั้งนี้จะยังไม่ใช่ระดับ “มหาอุทกภัย” แบบปี 2554 แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาคือผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
ขณะที่นักวิเคราะห์ฯ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไว้ที่ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท Thairath Money พาเจาะลึกมุมมอง พร้อมกลยุทธ์รับมือสำหรับนักลงทุน
ช่วงวันที่ 25-27 กันยายนที่ผ่านมา กรุงเทพฯ และปริมณฑลเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง จนเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ กระทบการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณริมคลองได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก
สถานการณ์ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากปริมาณฝนที่ลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกซ้ำและใช้เวลาในการระบายน้ำ โดยภาครัฐประกาศให้กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษวันที่ 28-29 กันยายน เพื่อช่วยลดการเดินทางและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลลบต่อ SET Index ในระยะสั้นผ่าน Sentiment ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่คาดว่าผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมยังไม่มากนัก
ด้านฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสัดส่วน GDP ราว 1 ใน 3 ของประเทศ ทำให้หากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทรัพย์สิน แต่สามารถลุกลามไปสู่กิจกรรมค้าปลีก การเดินทาง ร้านอาหาร ภาคบริการ และประสิทธิภาพการทำงานได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 ภาพของปี 2569 ยังมีขนาดความเสียหายที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2554 มีความเสียหายสูงถึงประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นว่าหากย้อนกลับไปดูน้ำท่วมใหญ่ของไทยในอดีต ได้แก่ ปี 2526, 2538 และ 2554 จะพบจุดร่วมสำคัญคือ SET Index ถูกกดดันทุกครั้งในช่วงที่ความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลในอดีตระบุว่า
บทเรียนสำคัญคือ ตลาดหุ้นไม่ได้จำเป็นต้องรอให้เห็นตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจนก่อนจึงจะปรับตัวลง แต่ตลาดสามารถสะท้อนความกังวลล่วงหน้าผ่านการเพิ่ม Risk Premium ได้
และนี่คือเหตุผลที่คำว่า “น้ำท่วม” อาจไม่ได้หมายถึงเพียงผลกระทบต่อกำไรของบริษัท แต่ยังหมายถึง ความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นและ Valuation ของตลาดในระยะสั้นด้วย
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ “น้ำท่วมกระทบตลาด” ไม่ได้แปลว่า “ทุกหุ้นจะได้รับผลกระทบเหมือนกัน”
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินผลกระทบของน้ำท่วมต่อหุ้นแต่ละกลุ่มเอาไว้แตกต่างกัน โดยมองว่าผลกระทบต่อ SET ในระยะสั้นจะมาจาก Sentiment เชิงลบ ขณะที่ผลกระทบต่อผลประกอบการยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งกลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่
ขณะที่มุมมองของ บล.เอเซีย พลัส แบ่งหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วมตาม “ช่วงเวลาที่ได้รับประโยชน์” ซึ่งน่าสนใจ เพราะสะท้อนว่าโอกาสลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด
สะท้อนว่ากลยุทธ์รับมือสถานการณ์น้ำท่วมอาจไม่ได้อยู่ที่การมองตลาดแบบ “ซื้อหรือขายทั้งกระดาน” แต่เป็นการพิจารณาว่าบริษัทไหนได้รับผลกระทบโดยตรง บริษัทไหนได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมผู้บริโภค และบริษัทไหนอาจได้ประโยชน์เมื่อเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู
นอกจากนี้ ข้อมูลในอดีตชี้ว่าเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ กลุ่มหุ้นที่ทนกว่าตลาด ได้แก่ Commerce, Healthcare, ICT, Food และ Bank ขณะที่ Tourism, Agriculture, Electronic/Steel และ Petrochemical เป็นกลุ่มที่ถูกกดดันมากกว่า
ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามจากนี้จึงมี 2 เรื่องควบคู่กัน คือ “น้ำลดเร็วแค่ไหน” และ “กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วแค่ไหน” เพราะหากน้ำลดและการเดินทาง การค้า และการให้บริการกลับมาได้เร็ว ผลกระทบต่อกำไรบริษัทอาจจำกัด แต่หากเกิดฝนตกซ้ำหรือน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและ SET Index ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น
ท้ายที่สุด แม้ประวัติศาสตร์จะบอกว่า SET เคยถูกกดดันทุกครั้งในช่วงน้ำท่วมใหญ่ แต่ “ขนาดของน้ำท่วม” และ “ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ” ในแต่ละรอบไม่เหมือนกัน
จึงต้องแยกให้ออกระหว่างแรงกดดันด้าน Sentiment ระยะสั้น กับผลกระทบต่อพื้นฐานบริษัทในระยะถัดไป ซึ่งสองเรื่องนี้อาจไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป…
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney