
หุ้น Meta ปรับตัวขึ้นกว่า 30% ในเดือนกันยายน 2026 หลังเปิดตัว Muse AI Agent ที่มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 2.8 ล้านครั้งใน 2 สัปดาห์แรก
Meta Platforms (META) กลับมาเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังการเปิดตัว Muse Personal AI Agent ตัวแรกที่เกิดขึ้นภายใต้การนำของ Alexandr Wang หลังเข้ามารับผิดชอบด้าน AI ของ Meta เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่งาน Meta Connect 2026 ยิ่งตอกย้ำทิศทางของบริษัทในการเชื่อม AI Agent, AI Glasses และอุปกรณ์สวมใส่ เข้าด้วยกัน
แรงเก็งกำไรสะท้อนผ่านราคาหุ้น Meta ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนถึงวันที่ 24 กันยายน หุ้นปรับขึ้นมากกว่า 30% ตามข้อมูลราคาที่มีการรายงานในช่วงดังกล่าว ขณะที่เฉพาะวันที่ 21 กันยายน หุ้นพุ่งถึง 11.3% ปิดที่ 741.25 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นราว 192,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียว
จุดเปลี่ยนสำคัญมาจาก Muse ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลของ Meta ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากแชตบอตทั่วไปตรงที่สามารถลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้ เช่น ส่งอีเมล จองการเดินทาง กรอกแบบฟอร์ม จัดการอีเมล์ รวมถึงดำเนินธุรกรรมบางประเภท
โดยหลังเปิดตัว Muse ขึ้นสู่อันดับ 1 ของแอปฟรีบน App Store ในสหรัฐฯ และแคนาดา ขณะที่ข้อมูลจาก Sensor Tower ระบุว่า Muse มียอดดาวน์โหลดประมาณ 2.8 ล้านครั้งในช่วง 2 สัปดาห์แรก และในช่วง 12 วันแรกมียอดดาวน์โหลด 1.8 ล้านครั้ง เทียบกับ 1.3 ล้านครั้งของ ChatGPT ในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับนักลงทุน ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณว่า Meta อาจกำลังสร้าง Consumer AI ที่มีโอกาสขยายไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ตลาดมีคำถามว่า Meta ทุ่มเงินลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาล แต่จะเปลี่ยนการลงทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นรายได้และผลตอบแทนได้อย่างไร ขณะที่ Muse ทำให้ตลาดเห็นตัวอย่างที่จับต้องได้มากขึ้นว่า AI ของ Meta อาจกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคใช้งานโดยตรง และมีช่องทางสร้างรายได้ของตัวเอง
โดยนักวิเคราะห์มองว่า หาก Muse สามารถขยายเข้าสู่ตลาด Enterprise AI ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงต่อไปได้อีก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับ Meta อาจมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดโอกาสสร้างรายได้รูปแบบใหม่ทั้งจาก โฆษณา ค่าสมาชิก และส่วนแบ่งรายได้จากธุรกรรม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังตลาดที่มีมูลค่ารวมหลายล้านล้านดอลลาร์
และล่าสุดกับงาน Meta Connect 2026 ที่ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ขนทัพฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent มาเปิดตัวหลายรายการ ทั้ง Ray-Ban Meta และ Meta VR Glasses รุ่นใหม่ ซึ่งทั้งหมดได้นำ Muse เข้าไปเชื่อมกับอุปกรณ์สวมใส่โดยตรง ทำให้ AI Agent ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำงานบนหน้าจอสมาร์ตโฟนอีกต่อไป
หนึ่งในไฮไลต์ คือ Meta VR Glasses รุ่นใหม่ที่ Meta พยายามย่อประสบการณ์ VR ให้มาอยู่ในรูปทรงแว่น ขนาดบางและน้ำหนักเพียง 100 กรัม เบากว่า Quest รุ่นก่อนหน้า พร้อมราคา 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ และเตรียมวางจำหน่ายในปี 2027
นอกจากนี้ยังมี Meta Glasses x LISA คอลเล็กชันที่ดึง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล มาเป็นพาร์ทเนอร์ เปิดตัวมาด้วยกัน 2 รุ่นคือ Meta Adventurer LISA Edition และ Meta Capri LISA Edition ราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดีเทลเฉพาะคอลเลกชัน เช่น เคสและ Charm ที่อิงกับ LISA และสัตว์เลี้ยงของเธอ
ขณะเดียวอีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนสนใจ คือ Muse Charm อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขนาดเล็กแบบพกพาที่ออกแบบให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับ Muse ได้โดยไม่ต้องปลดล็อกโทรศัพท์หรือเปิดแอป ซึ่ง Meta ระบุว่า เป้าหมายคือทำให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ Personal AI ได้ตลอดทั้งวัน โดยตั้งเป้าจัดส่งช่วงปลายปี ในเดือนธันวาคม 2026
ทั้งนี้แรงซื้อหุ้น Meta จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ในการสร้างรายได้ในอนาคต
J.P. Morgan ระบุว่า Muse มีศักยภาพที่จะกลายเป็น Consumer AI ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดนับตั้งแต่ ChatGPT โดยมองว่าปัจจัยหนุนมาจากความสามารถของผลิตภัณฑ์ การเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลของ Meta และการเปิดให้ใช้งานในระดับเริ่มต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ด้าน Jefferies ประเมินว่า หาก Muse สามารถมีผู้ใช้งาน 1,000 ล้านคนภายในสิ้นปี 2027 และมีอย่างน้อย 3% เปลี่ยนมาใช้บริการแบบเสียเงิน Muse อาจสร้างรายได้ต่อปีได้ถึง 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมปรับราคาเป้าหมายหุ้น Meta เป็น 875 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ Truist Securities ประเมินศักยภาพรายได้ของ Muse ไว้สูงถึงอย่างน้อย 28,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2030 หากสามารถสร้างฐานผู้ใช้งานและโมเดลการสร้างรายได้ได้ตามสมมติฐาน
ส่วน Bank of America ยังคงคำแนะนำ Buy และราคาเป้าหมาย 810 ดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่าการตอบรับช่วงแรกของ Muse โดยเฉพาะความสามารถในการทำงานหลายขั้นตอนด้วยการแทรกแซงจากผู้ใช้น้อย ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อทิศทาง AI ของ Meta
ด้าน Evercore ISI ก็ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Meta โดย Mark Mahaney ระบุว่า Muse เป็นสัญญาณที่จับต้องได้ว่า การลงทุน AI จำนวนมหาศาลของ Meta อาจเริ่มเปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างการใช้งานและรายได้ใหม่ได้
Meta สามารถนำเสนอภาพของ AI Agent + AI Model + Hardware + Commerce ที่ถูกนำมาวางไว้ในระบบนิเวศเดียวกันได้สำเร็จ ตัวอย่างเช่น Shopify ซึ่งประกาศใช้ Muse เพื่อประมวลผลการชำระเงิน ขณะที่ PayPal เปิดให้ผู้ใช้ค้นหาสินค้าและดำเนินการซื้อผ่าน AI Agent และบริษัทอย่าง Stripe ก็เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบของ Meta เช่นกัน
อีกแรงหนุนหนึ่งที่ตลาดให้ความสำคัญ คือ หาก Muse ได้รับความนิยมมากขึ้น AI Agent จะต้องใช้พลังประมวลผลจำนวนมหาศาลเพื่อรองรับการทำงานแบบ Real-time และ Multi-step ทำให้กระแส Muse เชื่อมโยงไปถึงหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure และ Semiconductor
โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ปรับขึ้นราว 7% นับตั้งแต่ Muse เปิดตัว ขณะที่ NVIDIA และ AMD เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับแรงหนุน
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Meta ในเดือนกันยายนจึงอาจไม่ได้เป็นเพียง Rally จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังเริ่มตีมูลค่าความเป็นไปได้ของธุรกิจ AI ใหม่ให้กับ Meta จากเดิมที่นักลงทุนตั้งคำถามถึงว่า Meta จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน AI มหาศาลได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดาวน์โหลดในช่วงแรกยังเป็นเพียงสัญญาณของการยอมรับจากผู้ใช้ระยะแรก ขณะที่รายได้จาก Muse ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ และนักวิเคราะห์เองก็มีสมมติฐานที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับศักยภาพระยะยาวของผลิตภัณฑ์นี้
ที่มาข้อมูล CNBC , Yahoo Finance , Business Insider
อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม digital transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney