
จาก “เงินนอก” ที่เคยไหลออก วันนี้กำลังเห็นสัญญาณกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง เมื่อ SET Index ปรับขึ้นเกือบ 30% แซงหน้าผลตอบแทนตลาดหุ้นโลกที่ขยับราว 10-12% พร้อมกระแสเงินลงทุนต่างชาติที่กลับมาเป็นบวกสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปี
จังหวะนี้รัฐบาลจึงเดินหน้า “โรดโชว์” ใหญ่ นำทีมโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินสายโตเกียว นิวยอร์ก และลอนดอน จับมือ FETCO และตลาดหลักทรัพย์ฯ พบปะนักลงทุนต่างชาติ เพื่อขายเรื่องราวการเติบโตครั้งใหม่ของเศรษฐกิจไทย
ตั้งแต่อุตสาหกรรมดิจิทัล-เอไอ เงินลงทุนจากต่างชาติ ไปจนถึงการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน หวังเปลี่ยนแรงส่งจากตลาดทุนให้กลายเป็นแรงลงทุนในเศรษฐกิจจริง และเดิมพันว่ารอบใหม่ของไทยอาจไม่ได้มีแค่ “หุ้นขึ้น” แต่ต้องเห็นเงินลงทุนและการเติบโตกลับมาถึงเศรษฐกิจประเทศด้วย
เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางไปสหรัฐฯ ครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA 81 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดำริให้จัดกิจกรรมคู่ขนาน โรดโชว์ (Roadshow) ร่วมกับภาคเอกชน สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เร่งสร้างความเชื่อมั่น (trust) ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทย
โดยเฉพาะตลาดทุนไทย ที่ในปีนี้มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ส่วนหนึ่งผลจากนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ดิจิทัล เอไอ รวมทั้ง ยอดตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน และล่าสุดบริษัทจัดลำดับความน่าเชื่อถือ ทั้ง 3 บริษัทใหญ่ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) เป็น Stable (มีเสถียรภาพ) กลายเป็นปีทองของตลาดทุนไทย ซึ่งเมื่อบริษัทจดทะเบียนเติบโตและมีจำนวนมากขึ้น มีการขยายกิจกรรมเศรษฐกิจ สู่การลงทุนในอุตสาหกรรมจริง (real sector) ภาคผลิต จะส่งผลต่อการใช้จ่ายและการจ้างงานในประเทศด้วย
โอกาสนี้ ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวถึงการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีอนุทิน ฯ เยือนญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสื่อสารศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกับนักลงทุนต่างประเทศ จากที่ปีนี้มีสัญญาณสะท้อนถึงการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัด ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย
"ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปีที่ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าเป็นบวกสุทธิ หลังจากที่เรารอคอยมานาน และที่น่าสนใจคือ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียทั้งหมดที่มีการประกาศตัวเลขในปีนี้ ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีกระแสเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อเรา นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีแรกในรอบ 4 ปีเช่นกัน ที่ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดโลก โดยดัชนี SET Index ปรับขึ้นมาแล้วเกือบ 30% ขณะที่ตลาดหุ้นโลกโดยรวมปรับขึ้นเพียงประมาณ 10-12% เท่านั้น"
ไพบูลย์ กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างต่ำ ขณะที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงและส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างประเทศ เห็นได้จากข้อมูลตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพิ่มสูง แสดงถึงความเชื่อมั่น ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนกระจายประโยชน์ไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้มากขึ้น
ขณะที่ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความยินดีที่ได้ร่วมเดินทางกับคณะของนายกรัฐมนตรี ที่กรุงโตเกียวได้มีโอกาสหารือร่วมกับทีมไทยแลนด์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือถึงแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีบริษัทจำนวนมากให้ความสนใจและมีศักยภาพที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
สำหรับการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาของนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) และได้จัดสรรเวลาให้กับภารกิจด้านตลาดทุนเพื่อพบปะนักลงทุนสถาบันในนิวยอร์กกว่า 30 ราย ทั้งในรูปแบบการประชุมกลุ่มและการหารือรายบริษัท ถือเป็นเรื่องที่ดีสะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง โอกาสนี้จึงเป็นอีกเวทีสำคัญที่เราจะสื่อสารให้นักลงทุนต่างชาติเห็นถึงศักยภาพและทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังมีความผันผวน
นอกจากนี้ SET ยังเตรียมนำเสนอปัจจัยบวกของตลาดทุนไทยให้นักลงทุนต่างชาติเห็นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
(1) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 ปี
(2) การเปลี่ยนผ่านเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยสู่อุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องราวการเติบโตระยะยาว (Long-Term Story) ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจ
(3) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ
“เป้าหมายสำคัญของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการเดินทางครั้งนี้ คือ การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในตลาดทุนไทย การที่มีเงินลงทุนเข้ามาทำให้ทุกครั้งที่ SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 100 จุด จะมีมูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อผู้ขายมีกำไร จะทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และสร้างประโยชน์ต่อประเทศไทยในภาพรวม” อัสสเดช กล่าว
โฆษกรัฐบาล กล่าวสรุปว่า การเดินทางครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศถึงโอกาสในการเข้ามาลงทุนและเติบโตร่วมกับประเทศไทยในระยะยาวโดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตต่อไป
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney