
ธ.ไทยเครดิต ครึ่งปีแรก 2569 โตแกร่ง สินเชื่อพุ่ง 1.94 แสนล้าน กำไรโต 17.8% ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้ทะลุ 2 แสนล้าน รักษากรอบ NPL 4.2-4.3% พร้อมลุย Digital Transformation เดินหน้าหนุน Micro SME
รอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ผลประกอบการของธนาคารไทยเครดิตในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของธนาคารไทยเครดิต ทั้งในด้านการเติบโต ความสามารถในการทำกำไร และการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสินเชื่อปล่อยใหม่ขยายตัวถึง 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้พอร์ตสินเชื่อรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.94 แสนล้านบาท เติบโต 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในอัตราเลขสองหลัก (Double Digit) และคาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จะสามารถผลักดันยอดสินเชื่อทะลุ 200,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน
ขณะที่กำไรสุทธิช่วงครึ่งปีแรกเติบโตถึง 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ขยายตัว 6.8%
ในส่วนของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. เพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ระดับ 7.2% และคาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นสู่เป้าหมาย 7.5-8% ในช่วงครึ่งปีหลัง จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการให้สินเชื่อตามระดับความเสี่ยงของลูกค้ารวมถึงการขยายพอร์ตสินเชื่อกลุ่ม Micro SME
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ให้อยู่ในกรอบ 4.2-4.3% ได้อย่างมั่นคง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่มีคุณภาพ การติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการรายย่อย ขณะเดียวกันธนาคารจะรักษาอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในกรอบ 16–20% ซึ่งปัจจุบันในครึ่งปีแรกทำได้แล้วที่ 16%
“สำหรับกลยุทธ์การเติบโตในระยะถัดไป ธนาคารไทยเครดิตเน้นการขยายฐานลูกค้ารายย่อยและกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ ผ่านการกระจายช่องทางบริการ โดยนอกจากสาขาสินเชื่อที่มีอยู่กว่า 500 แห่ง และสาขาเงินฝาก 33 แห่งแล้ว ธนาคารยังได้เปิดตัว Micro SME Business Center ใน 6 จังหวัดยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และให้การฝึกอบรมความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการ” รอยย์ กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารยังมุ่งพัฒนาด้าน Digital Transformation 2.0 โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ Core Banking ใหม่บนระบบ Cloud ซึ่งสร้างขึ้นเองภายในองค์กร เพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว โดยยึดหลักการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการเร่งลงทุนเกินความจำเป็น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าโครงการ “ตังค์โต Know-how” ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เพื่อให้ความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปมากกว่า 300,000 ราย ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่แข็งแกร่งตั้งแต่ฐานราก
รอยย์ กล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะยังคงมีความท้าทาย แต่ด้วยจุดแข็งในการเป็นธนาคารเฉพาะทางที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมีเครือข่ายสาขาสินเชื่อครอบคลุมและการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเข้าถึง ทำให้การเข้ามาของ Virtual Bank หรือผู้เล่นดิจิทัลรายใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อธนาคารในระยะสั้น และธนาคารจะยังคงรักษามองโมเมนตัมการเติบโตในระดับสองหลักได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney