
แอนนาเบล - รัตนามาศ คชนันทน์ คืออีกหนึ่งอินฟลูเอนเซอร์ที่หลายคนกำลังติดตาม เจ้าของเพจ Annabel - Your Wealth Architect ที่คอยมาชวนผู้อ่านทำความเข้าใจโลกการเงิน จนทำให้คำว่า “คุณคะ” กลายเป็นคำขึ้นต้นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เมื่อเห็นโพสต์เช่นนี้เมื่อไหร่ คนต้องตามอ่านทันที และทุกครั้งเธอมักจะมีแนวคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแชร์ให้คนไทยเห็นเสมอว่า การสร้างความมั่งคั่งเป็นศิลปะ และเชื่อเสมอว่า Wealth คือดีไซน์ คือสิ่งที่ออกแบบได้ ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างของคนในโลกการเงินที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก
เส้นทางของ แอนนาเบล แตกต่างจากที่หลายคนคิด จุดเริ่มต้นของเธอไม่ได้เริ่มต้นจากการศึกษาด้านการเงิน แต่เส้นทางชีวิตได้นำพาให้เธอเดินเข้ามาโลดแล่นในโลกการเงินการลงทุนนี้ ซึ่งปัจจุบัน แอนนาเบลมีผู้ติดตามในเพจ Facebook ที่เริ่มต้นนำเสนอคอนเทนต์จริงจังมาได้ไม่ถึง 1 ปีมากเกือบ 290,000 คน
ก่อนหน้านี้ Thairath Money มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอในประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง “เงิน” และ “ความรู้” ที่เธอมองว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด ปัจจุบันนี้ แอนนาเบลได้เกษียณตัวเองออกมาจากงานประจำที่เธอคอยช่วยบริหารจัดการสินทรัพย์ของลูกค้ารายใหญ่ให้กับสถาบันการเงินยักษ์มายาวนานหลายปี เพื่อมาเดินหน้าเป็น “Wealth Architect” เต็มตัว ดูแลลูกค้าในกลุ่ม Family Office ด้วยตัวเอง
บทความนี้คอลัมน์ How to Make Money จะขอพาไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้น กับเส้นทางของ แอนนาเบล ที่กว่าจะมาประสบความสำเร็จเป็นสถาปนิกผู้ช่วยออกแบบความมั่งคั่งแบบทุกวันนี้ เธอเริ่มต้นมาจากไหน? อะไรทำให้เข้าสู่วงการการเงินการลงทุน? และอะไรที่ทำให้เธอเลือกมาเป็น Wealth Architect?
แม้จะไม่มีเรื่องเล่าถึงวัยเด็กของ แอนนาเบล คชนันทน์ มากนัก แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนหลงรักเธอ เป็นเพราะเส้นทางที่พลิกผันของเธอ แอนนาเบลเคยให้สัมภาษณ์กับหลายที่ว่า จุดเริ่มต้นของเธอไม่ได้มาจากพื้นเพด้านการเงินเสียด้วยซ้ำ ด้านการศึกษาเธอจบปริญญาตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในคณะรัฐศาสตร์
ท่ามกลางสังคมในมหาวิทยาลัยที่รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีฐานะดี การใช้สินค้าแบรนด์เนมและของหรูหรากลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้เธอรู้สึกถึงแรงกดดันทางสังคมและพยายามปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มเพื่อน
สุดท้ายเธอตัดสินใจใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดที่สะสมมาไปกับสินค้าหรูหรา ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดทางการเงินครั้งสำคัญในชีวิต แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นก็กลายเป็นบทเรียนแรกที่ทำให้เธอเห็นว่า การพยายามรักษาภาพลักษณ์และทำตัวให้เข้ากับมาตรฐานของคนอื่น อาจไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรให้กับชีวิตอย่างแท้จริง
หลังจากเรียนจบ เธอตัดสินใจบินไปเรียนต่อปริญญาโทในคณะบริหารที่ University of Wales สหราชอาณาจักร สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทัศนคติเธอเปลี่ยนไปเลยคือ เพื่อนร่วมชั้นชาวยุโรปมักพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนมว่าเป็นสิ่งที่มักใช้ระบุตัวตนของ “เด็กเอเชีย” สิ่งที่ทำให้เธอฉุกคิดคือ คนยุโรปในประเทศที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าหรู กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแสดงสถานะผ่านสิ่งของมากเท่าที่เธอเคยเข้าใจ
หลังจากนั้น แอนนาเบล ก็ได้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพ ทำงานเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแอนนาเบลเคยระบุไว้ว่า เธอขายอสังหาฯ หรู ๆ หลายอย่างในแถบยุโรป ก่อนจะเจอจุดพลิกผันในชีวิตที่ทำให้เธอตัดสินใจมาเดินในสายการเงินอย่างจริงจัง
จุดเปลี่ยนนั้นทำให้เธอวางมือจากการเป็น Estate Agent บินกลับมาไทย ศึกษาด้านการเงินการลงทุนอย่างจริงจังด้วยตัวเอง และหลังจากนั้น เธอก็มีโอกาสได้ทำงานกับสถาบันการเงินใหญ่ของไทยที่ SCB Private Banking ในด้าน Wealth Management ได้ดูแลลูกค้าระดับสูง และระหว่างนั้นเองก็ต้องสอบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องไปด้วย ซึ่งใช้เวลาอยู่นานหลายปีกว่าที่ทุกอย่างจะลงตัว
หลังจากเริ่มเติบโตในตลาด Private Banking แอนนาเบลได้รับข้อเสนอให้ไปทำงานในสถาบันการเงินที่สิงคโปร์ อีกหนึ่งตลาดการเงินที่สำคัญของโลก เป็นแหล่งรวมคนเก่งสายการเงินจากทุกมุมโลก เธอบินออกจากไทยไปร่วมงานกับ ธนาคาร ABN AMRO ในสิงคโปร์
ในสิงคโปร์ เธอค้นพบว่า สิ่งที่เคยเรียนรู้จากประเทศไทยหลายอย่างไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด ต้องกลับมาเรียนรู้เครื่องมือทางการเงินและวิธีคิดใหม่อีกครั้ง เพราะตลาดการเงินของสิงคโปร์มีผลิตภัณฑ์และโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า
แต่เพราะเป็นคนขยันเรียนรู้ และไขว่คว้าด้วยตัวเองมาตลอด เธอสามารถเติบโตในตลาดนี้ได้อย่างสวยงาม บวกกับบรรยากาศในสิงคโปร์ ตลาดที่คนชอบเรียนรู้ ได้พบเจอคนเก่ง ทำให้เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อโอกาสใหม่ ๆ
หนึ่งในประสบการณ์สำคัญคือการได้ทำงานกับ LGT Private Banking Singapore ธุรกิจด้านการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ซึ่งที่นี่เอง แอนนาเบล ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องดูแลลูกค้าระดับความมั่งคั่งสูง
เธอเคยเล่าไว้ว่า ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตั้งแต่การพาลูกค้าเข้าชมคอลเลกชันหรูในปราสาท ไปจนถึงการเรียนรู้วิธีคิดเรื่องการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง สำหรับเธอมันนับว่าเป็นอีกมิติหนึ่งของโลกการเงินไปเลย
หลังจากนั้นโอกาสก็เดินหน้าเข้าหา แอนนาเบล อีกครั้ง เธอได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานกับ UBS ในสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของ Private Banking ระดับโลก ซึ่งนั่นก็ทำให้เส้นทางชีวิตของเธอได้เดินมาถึงเจนีวา
เจนีวา คือเมืองสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ และของโลก เป็นศูนย์รวมทั้งด้านการทูตระหว่างประเทศ แหล่งเทคโนโลยี มั่งคั่งด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แถมยังเป็นเมืองเศรษฐกิจและความหรูหรา เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของโลกด้าน Private Banking และเป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรมสินค้าระดับไฮเอนด์
การทำงานในเมืองนี้จึงเปรียบเสมือนจุดสูงสุดของชีวิตเธอ ที่นี่เธอรับหน้าที่เป็น Financial Advisor ผู้ช่วยดูแลการลงทุน ที่ได้ไปเห็นการจัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งของผู้ที่มั่งคั่งอย่างแท้จริงสไตล์ยุโรป จนค้นพบว่า ความมั่งคั่งไม่ได้วัดกันที่ของที่ถือหรือแบรนด์ที่ใช้ แต่รวมถึงวิธีคิด การวางแผน และการส่งต่อทรัพย์สินให้คนรุ่นต่อไป
มุมมองนี้เลยกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำเธอผันตัวออกจากบทบาท Financial Advisor ไปสู่การเป็น “Wealth Architect” ที่ไม่ใช่เพียงคนขายกองทุน หรือ Relationship Manager ที่คอยดูแลบัญชีของลูกค้า แต่ต้องเป็นคนที่มองภาพความมั่งคั่งของครอบครัวลูกค้าในระยะยาว
เธอทิ้งงานในสถาบันการเงิน ออกมาเป็นผู้ช่วยดูแล Family Office ของลูกค้าโดยตรง เริ่มทำเพจ และแชร์สาระความรู้ที่เธอได้จากการดูแลลูกค้าแบบ Ultra Wealth มาให้เราได้อ่านกันต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
สำหรับ Family Office คนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นชิน สิ่งนี้คือ สำนักงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงมากโดยเฉพาะ มีเป้าหมายหลักคือเพื่อให้รักษาและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน
ทำให้ในหนึ่ง Family Office ต้องมีคนทำหน้าที่หลากหลายตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยงของครอบครัว การวางแผนภาษี การจัดโครงสร้างทรัสต์และมรดก จัดการงานด้านกฎหมาย ออกแบบพอร์ตการลงทุนและระบบส่งต่อความมั่งคั่งไปจนถึงงานดูแลเรื่องไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และการใช้ชีวิต
จุดนี้เลยกลายมาเป็นที่มาของคำว่า “Wealth Architect” หรือที่แอนนาเบลเรียกว่า “สถาปนิกการเงิน” ช่วยบริหารจัดการ Family Office แบบครบวงจร ซึ่งคำถามที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าจึงไม่ได้มีแค่ “ต้องการผลตอบแทนเท่าไร” แต่ยังรวมถึงคำถามที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น เช่น หากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตในวันนี้ เงินจะถูกส่งต่ออย่างไร หรือครอบครัวมีสมาชิกที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่
เพราะสำหรับการบริหารความมั่งคั่งระดับสูง “ความเสี่ยง” ไม่ได้อยู่แค่ในตลาดหุ้น แต่ยังอยู่ในเรื่องครอบครัว ภาษี กฎหมาย พฤติกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างคนในตระกูลด้วย ดังนั้น Wealth Architect จึงต้องมีทั้งความรู้ด้านการเงิน การลงทุน ภาษี กฎหมาย รวมถึงความเข้าใจเรื่องคนและครอบครัว เพื่อออกแบบโครงสร้างความมั่งคั่งให้เหมาะกับแต่ละตระกูล
ตลอดเส้นทางสายอาชีพในโลกการเงิน แอนนาเบล ได้พบเจอและคลุกคลีกับครอบครัวมหาเศรษฐีมากมาย สิ่งที่เธอค้นพบอย่างรวดเร็วคือ คนที่ร่ำรวยอย่างแท้จริงไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหรูหราฉาบฉวย หรือการใช้แบรนด์เนมเพื่อแสดงสถานะมากนัก แต่คนกลุ่มนี้จะให้คุณค่ากับความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญของเธอ มากกว่าสิ่งของหรือโลโก้ที่อยู่บนเสื้อผ้า
แอนนาเบลพูดเสมอว่า “สินทรัพย์ภายนอกคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า สินทรัพย์ทางปัญญาต่างหากคือสิ่งที่จะสร้างมูลค่า และรักษาอำนาจต่อรองในระยะยาว”
เธอมองว่า ความมั่นคงทางการเงินอาจเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่า ในขณะที่บางครั้งมีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่า
สิ่งนี้ทำให้เธอเห็นถึงความจำเป็นของการลงทุนกับตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเรียนรู้ทักษะใหม่ การเพิ่มพูนความรู้ และการพัฒนาความสามารถ เพื่อให้ตัวเองยังคงมีคุณค่าและสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นอกจากนี้ การได้ทำงานกับกลุ่มคนที่มั่งคั่งระดับสูงยังทำให้เธอเห็นว่า เงินจำนวนมหาศาลไม่ได้ทำให้ทุกปัญหาในชีวิตหายไป เพราะคนเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะตัว เช่น ความไม่ไว้วางใจกันภายในครอบครัว ข้อพิพาทเรื่องการส่งต่อมรดก รวมถึงความกังวลเรื่องความมั่นคงของความสัมพันธ์
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้แอนนาเบลตระหนักว่า แม้จะมีความมั่งคั่งมากเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดพ้นจากความทุกข์หรือปัญหาของการเป็นมนุษย์ได้
ปัจจุบัน แอนนาเบลไม่ได้มองว่าเงินคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่มองว่าเงินเป็น “เครื่องมือ” ที่ทรงพลังสำหรับทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เธอเชื่อว่า แม้เงินจะไม่สามารถรับประกันความสุขได้ แต่ความมั่งคั่งสามารถมอบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างหนึ่งให้กับชีวิต นั่นคือ “ทางเลือก”
เงินเปิดโอกาสให้คนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร จะทำงานแบบไหน และอะไรคือสิ่งที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข โดยไม่จำเป็นต้องถูกบังคับให้เลือกเพียงเพราะข้อจำกัดทางการเงิน และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะ Level Up ชีวิตให้เล่นเกมการเงินได้สำเร็จเช่นเดียวกับแนวคิดของ แอนนาเบล มาพบกับเธอได้ที่งาน Money Fest 2026 เทศกาลการลงทุนที่ครบวงจรที่สุดแห่งปี ลงทะเบียนได้เลยที่ https://event.thairath.co.th/all/event/TREVENT017
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney