หุ้นแบงก์ร่วงยกแผง แม้กำไร Q2/69 โต! เจาะสาเหตุแรงเทขาย พร้อมหาหุ้นเด่น จังหวะนี้ซื้อตัวไหนดี?

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นแบงก์ร่วงยกแผง แม้กำไร Q2/69 โต! เจาะสาเหตุแรงเทขาย พร้อมหาหุ้นเด่น จังหวะนี้ซื้อตัวไหนดี?

Date Time: 21 ก.ค. 2569 13:47 น.

Video

แก้ปัญหาค่าครองชีพได้จริงไหม? เจาะลึกเงินกู้ 4 แสนล้าน กับ กรณ์ - ศิริกัญญา | Money Issue EP.61

Summary

กำไรหุ้นแบงก์ Q2/69 ออกมาโตดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับร่วงยกแผงจากแรงขายทำกำไรหลังรับข่าวบวก ด้านนักวิเคราะห์ฯ ชี้รอย่อซื้อ เน้น BBL มีอัพไซด์ซ่อนอยู่


Latest


ในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของหุ้นกลุ่มธนาคารแม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง แต่ภาพที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นกลับไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ ปิดตลาด ณ เวลา 12.30 น. หุ้นกลุ่มธนาคารต่างเผชิญแรงขายพร้อมกัน จนราคาปรับตัวลดลงเกือบทั้งกลุ่ม หรือเรียกได้ว่า "แดงยกแผง"

  • BAY ลดลง 7.10%
  • CREDIT ลดลง 2.88%
  • TISCO ลดลง 2.63%
  • LHFG ลดลง 2.31%
  • KBANK ลดลง 1.68%
  • BBL ลดลง 1.48%
  • TTB ลดลง 1.35%
  • SCB ลดลง 0.95%
  • KTB ลดลง 0.59%
  • KKP เพิ่มขึ้น 0.46%

การปรับตัวลดลงในครั้งนี้ สร้างความสงสัยให้กับนักลงทุนไม่น้อยว่า เหตุใดหุ้นที่กำไรโตดีถึงถูกเทขายหนัก และนี่คือช่วงเวลาที่ “ควรระวัง” หรือ “เป็นจังหวะเหมาะในการเข้าซื้อสะสม” Thairath Money ชวนไปหาคำตอบ


เจาะลึกเหตุผล กำไรโตดี แต่ทำไมหุ้นร่วง?

กิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้ความเห็นกับ Thairath Money ว่า ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมานั้น "ดีกว่าที่คาดไว้"

โดยพลิกความคาดหมายจากที่เคยมองว่ากำไรจะไม่เติบโต แต่ปรากฏว่าหลายธนาคารมีกำไรเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และทุกตัวเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงมา มองว่าเกิดจากปัจจุบันหุ้นกลุ่มธนาคารเพิ่งปรับตัวขึ้นไป ในช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปแตะระดับประมาณ 1,616 จุด

ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเทียบเท่ากับช่วงปี 2556 หรือถือเป็นการขึ้นมาทดสอบแนวต้านสำคัญในรอบประมาณ 13 ปี

ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเยอะ ทำให้ต้นทุนการถือครองของนักลงทุนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาในช่วงสั้นหลังจากรับรู้ข่าวบวกเรื่องผลประกอบการไปแล้ว


ครึ่งปีหลังความน่าสนใจลดลง

สำหรับภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง กิจพณ ประเมินว่า อาจจะไม่หวือหวาเท่ากับช่วงครึ่งปีแรก เพราะในช่วงครึ่งปีแรก หุ้นธนาคารอยู่ในจุดที่ราคาถูกมาก ตลาดไม่ได้มีความคาดหวังสูง ทำให้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) จูงใจในระดับ 6-7% แต่ปัจจุบันเมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นมา อัตราปันผลจึงลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 4-5%

ขณะเดียวกัน ตามปกติแล้ว ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกมักจะแข็งแกร่งกว่าช่วงครึ่งปีหลัง แม้แนวโน้มจะยังไปได้ต่อ แต่ราคาหุ้นก็ไม่ได้มีส่วนลด (Discount) หรือถูกมากๆ เหมือนช่วงก่อนหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางหุ้นกลุ่มธนาคารยังคงมีภาพเชิงบวกและมีโอกาสไปต่อได้ เนื่องจากปัจจุบันราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV)  อยู่ที่ประมาณ 1 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าอดีตที่เคยเทรดกันในระดับ 1.35-2 เท่า


ส่องจังหวะ “ซื้อ” ตอนนี้เข้าได้หรือยัง?

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร กิจพณ แนะนำว่า "ยังไม่ควรไล่ราคา" ในตอนนี้ เนื่องจากสถิติที่ผ่านมามักชี้ว่า หลังจากผลประกอบการออก หุ้นธนาคารมักจะมีแรงเทขายทำกำไรตามมาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หรือบางครั้งอาจจะนานกว่านั้น

ดังนั้น แม้ระยะกลางจะมีอัพไซด์ แต่ช่วงสั้นควรเน้นการ "รอจังหวะ" มากกว่าที่จะเข้าไปไล่ซื้อในตอนที่หุ้นเพิ่งรับข่าวบวกไปพอสมควรแล้ว

อย่างไรก็ดี แนะนำธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BBL เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากปัจจุบันหุ้นธนาคารหลายตัวได้รับปัจจัยบวก จากการที่ธนาคารนำสภาพคล่องส่วนเกินไปบริหารจัดการเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ไปแล้ว เช่น การจ่ายปันผลพิเศษ, การซื้อหุ้นคืน หรือการเพิ่มระดับการจ่ายปันผล

แต่ BBL เป็นธนาคารที่ยังไม่ได้เริ่มทำสิ่งเหล่านี้เลย ดังนั้น หากมองหาธนาคารที่ยังมีโอกาสสร้าง Positive Upside หรือมีปัจจัยบวกซ่อนอยู่จากการปรับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต BBL จึงเป็นตัวเลือกที่ดูน่าสนใจที่สุดในกลุ่ม


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ