
กำไรหุ้นแบงก์ Q2/69 ออกมาโตดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับร่วงยกแผงจากแรงขายทำกำไรหลังรับข่าวบวก ด้านนักวิเคราะห์ฯ ชี้รอย่อซื้อ เน้น BBL มีอัพไซด์ซ่อนอยู่
ในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของหุ้นกลุ่มธนาคารแม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง แต่ภาพที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นกลับไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
โดยในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ ปิดตลาด ณ เวลา 12.30 น. หุ้นกลุ่มธนาคารต่างเผชิญแรงขายพร้อมกัน จนราคาปรับตัวลดลงเกือบทั้งกลุ่ม หรือเรียกได้ว่า "แดงยกแผง"
การปรับตัวลดลงในครั้งนี้ สร้างความสงสัยให้กับนักลงทุนไม่น้อยว่า เหตุใดหุ้นที่กำไรโตดีถึงถูกเทขายหนัก และนี่คือช่วงเวลาที่ “ควรระวัง” หรือ “เป็นจังหวะเหมาะในการเข้าซื้อสะสม” Thairath Money ชวนไปหาคำตอบ
กิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้ความเห็นกับ Thairath Money ว่า ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมานั้น "ดีกว่าที่คาดไว้"
โดยพลิกความคาดหมายจากที่เคยมองว่ากำไรจะไม่เติบโต แต่ปรากฏว่าหลายธนาคารมีกำไรเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และทุกตัวเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงมา มองว่าเกิดจากปัจจุบันหุ้นกลุ่มธนาคารเพิ่งปรับตัวขึ้นไป ในช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปแตะระดับประมาณ 1,616 จุด
ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเทียบเท่ากับช่วงปี 2556 หรือถือเป็นการขึ้นมาทดสอบแนวต้านสำคัญในรอบประมาณ 13 ปี
ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเยอะ ทำให้ต้นทุนการถือครองของนักลงทุนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาในช่วงสั้นหลังจากรับรู้ข่าวบวกเรื่องผลประกอบการไปแล้ว
สำหรับภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง กิจพณ ประเมินว่า อาจจะไม่หวือหวาเท่ากับช่วงครึ่งปีแรก เพราะในช่วงครึ่งปีแรก หุ้นธนาคารอยู่ในจุดที่ราคาถูกมาก ตลาดไม่ได้มีความคาดหวังสูง ทำให้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) จูงใจในระดับ 6-7% แต่ปัจจุบันเมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นมา อัตราปันผลจึงลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 4-5%
ขณะเดียวกัน ตามปกติแล้ว ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกมักจะแข็งแกร่งกว่าช่วงครึ่งปีหลัง แม้แนวโน้มจะยังไปได้ต่อ แต่ราคาหุ้นก็ไม่ได้มีส่วนลด (Discount) หรือถูกมากๆ เหมือนช่วงก่อนหน้าแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางหุ้นกลุ่มธนาคารยังคงมีภาพเชิงบวกและมีโอกาสไปต่อได้ เนื่องจากปัจจุบันราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ประมาณ 1 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าอดีตที่เคยเทรดกันในระดับ 1.35-2 เท่า
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร กิจพณ แนะนำว่า "ยังไม่ควรไล่ราคา" ในตอนนี้ เนื่องจากสถิติที่ผ่านมามักชี้ว่า หลังจากผลประกอบการออก หุ้นธนาคารมักจะมีแรงเทขายทำกำไรตามมาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หรือบางครั้งอาจจะนานกว่านั้น
ดังนั้น แม้ระยะกลางจะมีอัพไซด์ แต่ช่วงสั้นควรเน้นการ "รอจังหวะ" มากกว่าที่จะเข้าไปไล่ซื้อในตอนที่หุ้นเพิ่งรับข่าวบวกไปพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ดี แนะนำธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BBL เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากปัจจุบันหุ้นธนาคารหลายตัวได้รับปัจจัยบวก จากการที่ธนาคารนำสภาพคล่องส่วนเกินไปบริหารจัดการเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ไปแล้ว เช่น การจ่ายปันผลพิเศษ, การซื้อหุ้นคืน หรือการเพิ่มระดับการจ่ายปันผล
แต่ BBL เป็นธนาคารที่ยังไม่ได้เริ่มทำสิ่งเหล่านี้เลย ดังนั้น หากมองหาธนาคารที่ยังมีโอกาสสร้าง Positive Upside หรือมีปัจจัยบวกซ่อนอยู่จากการปรับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต BBL จึงเป็นตัวเลือกที่ดูน่าสนใจที่สุดในกลุ่ม
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้