
Invesco QQQ Trust (QQQ) เป็น ETF ที่อ้างอิงดัชนี Nasdaq-100 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) มากกว่า 4.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกาะกระแสลงทุนหุ้นเทคโนโลยี นักลงทุนจำนวนไม่น้อยหันมามองกองทุน ETF ที่สามารถลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาเลือกหุ้นรายตัว
หนึ่งในกองทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Invesco QQQ Trust (QQQ) ซึ่งลงทุนตามดัชนี Nasdaq-100 และถือเป็น ETF ที่อ้างอิงดัชนีดังกล่าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 4.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กองทุนนี้จึงเปรียบเสมือน “โพยหุ้น” ของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการลงทุนในบริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ
Invesco QQQ Trust หรือ QQQ เป็นกองทุน ETF ที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัท Invesco เมื่อปี 1999 มีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ Nasdaq-100 Index ซึ่งรวบรวม 100 บริษัทนอกกลุ่มการเงินที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงที่สุดที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ของสหรัฐฯ
จุดเด่นของ QQQ คือ นักลงทุนสามารถลงทุนในบริษัทชั้นนำของโลกได้ผ่านกองทุนเพียงกองเดียว ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA, Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet หรือ Tesla โดยไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นรายตัว
อีกทั้งดัชนียังมีการทบทวนและปรับองค์ประกอบเป็นประจำ ทำให้บริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูงมีโอกาสเข้ามาแทนที่บริษัทที่มีขนาดเล็กลงหรือไม่ผ่านเกณฑ์
ปัจจุบัน QQQ มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 490,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็น ETF ที่อ้างอิง Nasdaq-100 ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และติดอันดับ ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดโลก สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยที่ใช้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือในการลงทุนระยะยาว
นอกจากนี้ QQQ ยังถูกมองว่าเป็น “ดัชนีแห่งนวัตกรรม” เพราะหุ้นส่วนใหญ่ในพอร์ตเป็นผู้นำด้าน AI, Semiconductor, Cloud Computing, E-commerce, Software, Digital Platform และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
สำหรับนักลงทุนบางส่วนที่ต้องการคัดเลือกหุ้นเอง หรือมีงบลงทุนจำกัด การดูว่า QQQ ให้น้ำหนักลงทุนในบริษัทใดมากที่สุด ก็อาจใช้เป็น “โพยหุ้น” หรือแนวทางในการจัดพอร์ตได้เช่นกัน
Thairath Money รวบรวม 10 หุ้นใหญ่ที่สุดในพอร์ต Invesco QQQ Trust (QQQ) ที่มีน้ำหนักรวมกันเกือบ 45% ของทั้งกองทุน ดังนี้
1. NVIDIA Corporation (NASDAQ: NVDA) ผู้นำด้านชิปประมวลผล GPU และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ครองตลาด Data Center และ AI Accelerator น้ำหนักการลงทุน 7.60% ของพอร์ต
2. Apple Inc. (NASDAQ: AAPL) ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad รวมถึงธุรกิจบริการดิจิทัลและระบบนิเวศ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก น้ำหนักการลงทุน 6.80% ของพอร์ต
3. Micron Technology Inc. (NASDAQ: MU) ผู้ผลิตหน่วยความจำ DRAM และ NAND Flash ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ AI Server, Data Center และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักการลงทุน 5.75% ของพอร์ต
4. Microsoft Corporation (NASDAQ: MSFT) เจ้าของ Windows, Microsoft 365, Azure Cloud และผู้ลงทุนรายใหญ่ใน OpenAI น้ำหนักการลงทุน 4.52% ของพอร์ต
5. Amazon.com Inc. (NASDAQ: AMZN) ผู้นำธุรกิจ E-commerce และ Cloud Computing ผ่าน Amazon Web Services (AWS) น้ำหนักการลงทุน 4.08% ของพอร์ต
6. Advanced Micro Devices Inc. (NASDAQ: AMD) ผู้พัฒนาชิป CPU และ GPU สำหรับคอมพิวเตอร์ เกม และศูนย์ข้อมูล รวมถึงชิป AI น้ำหนักการลงทุน 3.83% ของพอร์ต
7. Alphabet Inc. Class A (NASDAQ: GOOGL) บริษัทแม่ของ Google, YouTube, Android และธุรกิจโฆษณาดิจิทัล รวมถึง AI ผ่าน Google DeepMind และ Gemini น้ำหนักการลงทุน 3.20% ของพอร์ต
8. Tesla Inc. (NASDAQ: TSLA) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ น้ำหนักการลงทุน 3.09% ของพอร์ต
9. Alphabet Inc. Class C (NASDAQ: GOOG) หุ้นอีกประเภทของ Alphabet ที่ไม่มีสิทธิออกเสียง แต่เป็นเจ้าของธุรกิจเดียวกับ GOOGL น้ำหนักการลงทุน 2.98% ของพอร์ต
10. Intel Corporation (NASDAQ: INTC) ผู้ผลิตชิปประมวลผลและธุรกิจโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Foundry) ที่กำลังเร่งลงทุนเพื่อแข่งขันในยุค AI น้ำหนักการลงทุน 2.90% ของพอร์ต
หมายเหตุ: หุ้น 10 อันดับแรกมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 44.75% ของกองทุน ขณะที่อีกกว่า 55% กระจายการลงทุนในบริษัทชั้นนำอีกกว่า 90 แห่ง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้