ถอดพอร์ตธุรกิจ "คันทรี่ กรุ๊ป" ตระกูลเตชะอุบล หลังขาย บล.พาย เดิมพัน อสังหาฯ และ Wellness

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ถอดพอร์ตธุรกิจ "คันทรี่ กรุ๊ป" ตระกูลเตชะอุบล หลังขาย บล.พาย เดิมพัน อสังหาฯ และ Wellness

Date Time: 30 มิ.ย. 2569 13:53 น.

Video

วิเคราะห์ Google เดิมพันใหญ่ AI อินไซต์จากงาน Google Cloud Next 2026 | Digital Frontiers EP.64

Summary

เบื้องหลังดีลขาย "บล.พาย" ให้ Webull สัญญาณเปลี่ยนทิศของ "คันทรี่ กรุ๊ป" เมื่ออาณาจักรธุรกิจของตระกูลเตชะอุบล กำลังเดินหน้าสู่โรงแรมหรู อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ Wellness อย่างเต็มตัว

Latest


หลังข่าวใหญ่ที่ Webull ทุ่ม 2,865 ล้านบาท เข้าซื้อ บล.พาย หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเพียงดีลซื้อขายกิจการในตลาดทุนทั่วๆไปเท่านั้น แต่สำหรับ คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) ดีลนี้อาจมีความหมาย มากกว่าการขายบริษัทลูก เพราะบริษัทประกาศชัดว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปต่อยอดธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ Wellness และ Longevity หรือธุรกิจดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืน  นั่นทำให้คำถามเปลี่ยนจาก "ขาย บล.พาย ทำไม?" มาเป็น "อาณาจักรของตระกูลเตชะอุบล กำลังเปลี่ยนไปทางไหน? กันแน่ “  ซึ่งหากเราลองแกะพอร์ตธุรกิจของกลุ่ม จะเห็นภาพที่น่าสนใจมากขึ้น 

หลายคนรู้จักชื่อ คันทรี่ กรุ๊ป ผ่านธุรกิจหลักทรัพย์ ยิ่งเมื่อปี 2566 บริษัทรีแบรนด์ "บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป" เป็น Pi Securities ก็ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นบริษัทด้านการลงทุนที่พยายามเปลี่ยนตัวเองจากโบรกเกอร์แบบเดิม ไปสู่แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล

แต่หากมองภาพใหญ่ของ CGH จะพบว่า ไม่ได้เป็นบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น หากแต่เป็น Holding Company หรือบริษัทที่ทำหน้าที่ลงทุนและถือหุ้นในธุรกิจหลายประเภท พูดง่าย ๆ คือ มีการกระจายเงินลงทุนไปยังหลายอุตสาหกรรม แล้วเลือกเพิ่มหรือลดสัดส่วนตามโอกาสในแต่ละช่วงเวลา จึงอาจวิเคราะห์ได้ว่า การโยกเงินลงทุนออกจาก บล.พาย อาจเพราะมองเห็นโอกาสของธุรกิจอื่นที่มีเทรนด์เติบโตมากกว่าในอนาคต ? 

เปิดอาณาจักรธุรกิจ คันทรี่ กรุ๊ป เจ้าของสินทรัพย์ระดับลักชัวรี

ปัจจุบัน อาณาจักรธุรกิจของตระกูลเตชะอุบล ขับเคลื่อนผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ 

  • บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) ภายใต้การบริหารของ "ทอมมี่ เตชะอุบล" ซึ่งทำหน้าที่เป็นบริษัทลงทุน มีสินทรัพย์รวม 9,686 ล้านบาท และสร้างรายได้ 1,195 ล้านบาทในปี 2568 
  • ขณะที่อีกแกนคือ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ภายใต้การบริหารของ "เบน เตชะอุบล" ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ซึ่งมีสินทรัพย์กว่า 16,035 ล้านบาท และมีรายได้ 1,076 ล้านบาทในปีเดียวกัน

หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนของ CGH คือ ธุรกิจโรงแรมและการบริการ ผ่านบริษัท Bound and Beyond โดยปัจจุบัน บริษัทถือครองโรงแรมระดับโลกอย่าง Capella Bangkok และ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River ซึ่งต่างเป็นโรงแรมที่เจาะตลาดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงของประเทศไทย และปี 2569 ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจโรงแรมทั้ง 2 แห่ง ราว 3,600 ล้านบาท 

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ CGH ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น "เจ้าของโรงแรม" เพราะบริษัทกำลังขยายไปสู่การสร้าง Luxury Lifestyle Ecosystem ด้วย  ตัวอย่างเช่น แผนการพัฒนาแบรนด์โรงแรมของตัวเองอย่าง KAIA Koh Phangan การสร้าง The Moken Club บีชคลับแห่งใหม่ รวมถึงการร่วมลงทุนร้านอาหารระดับไฮเอนด์ใน ลอนดอน และ โมนาโก ทั้งหมดสะท้อนถึงกลยุทธ์ของบริษัทในการสร้าง ecosystem ของธุรกิจ hospitality และ lifestyle เข้าไว้ด้วยกัน 

ส่วน Country Group Development (CGD) ซึ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury เป็นอีกเสาหลักของอาณาจักรเตชะอุบลนั้น  ทั้งโครงการ Four Seasons Private Residences Bangkok ที่ปัจจุบันมีราคาขายเฉลี่ยสูงถึง 646,000 บาทต่อตารางเมตร สูงติด Top ระดับประเทศ รวมถึงโครงการ Bonds Rama 3 คอนโดมิเนียมระดับ Ultra-Luxury สูง 50 ชั้น 

แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้ต่างจากผู้พัฒนาอสังหาฯ ทั่วไป คือ การวางองค์ประกอบหลายอย่างไว้ในพื้นที่เดียวกันตัวอย่างเช่น การพัฒนา St Paul's Bangkok โรงเรียนนานาชาติระดับพรีเมียมของบริษัทที่ตั้งอยู่ติดกับโครงการที่อยู่อาศัย มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ ส.ค.2569

อีกทั้งบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษา พัฒนาที่ดิน ขนาด 80 ไร่ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ใจกลาง EEC ในรูปแบบโครงการมิกซ์ยูสอีกด้วย 

แนวคิดลักษณะนี้สะท้อนว่า บริษัทไม่ได้ขายเพียง "ห้องชุด" แต่กำลังสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการอยู่อาศัยของครอบครัวกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติ ตั้งแต่บ้าน การศึกษา ไปจนถึงบริการต่าง ๆ ที่อยู่รายล้อม รวมมูลค่ามิกซ์ยูสแค่พิกัดพระราม 3 ก็สูงถึง 14,200 ล้านบาท 

Wellness คือ หมากใหม่ของอาณาจักร ?

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 CGH เข้าไปถือหุ้นใน Cryptomind Group เจ้าของ Merkle Capital ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลรายแรกของไทย แม้ธุรกิจคริปโตฯจะผ่านทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง แต่ดีลนี้สะท้อนว่า กลุ่มเตชะอุบลพยายามมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่อยู่เสมอ ไม่ได้จำกัดตัวเองไว้เฉพาะตลาดทุนแบบดั้งเดิม

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจ จากข่าวการขาย บล.พาย คือ ไทม์ไลน์นี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ CGH กำลังปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ หลังธุรกิจเดิมบางส่วนต้องใช้เวลาในการสร้างผลตอบแทน ขณะที่ธุรกิจใหม่อย่างโรงแรม ไลฟ์สไตล์ และ Wellness ถูกมองว่าเป็นตลาดที่ยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก ทั้งจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกระแสสังคมสูงวัยที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

โดย CGH รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ล่าสุด ระบุว่า จะนำเงินไปลงทุนใน Wellness Clinic ธุรกิจ Longevity Retreat รวมถึงธุรกิจด้านกีฬา สุขภาพ ฟิตเนส และบริการที่เกี่ยวข้องด้วย หากมองเผิน ๆ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมบริษัทลงทุนถึงหันมาสนใจธุรกิจสุขภาพ แต่ในระดับโลก ธุรกิจ Wellness ไม่ได้หมายถึงคลินิกตรวจสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การฟื้นฟูสุขภาพ โภชนาการ การออกกำลังกาย การนอน ไปจนถึงการดูแลเพื่อยืดอายุและคุณภาพชีวิต

ขณะเดียวกัน โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยเฉพาะประเทศไทย และมีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อ "สุขภาพที่ดี" มากกว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่มทุนหลายแห่งเริ่มขยับเข้าสู่ธุรกิจนี้ และเมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าอาณาจักรของตระกูลเตชะอุบล กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจุดศูนย์กลาง จากธุรกิจการเงินที่เป็นรากฐานไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ คุณภาพชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี ที่อยู่อาศัยระดับบน โรงเรียนนานาชาติ ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และล่าสุดคือ Wellness 

ดีลมูลค่า 2,865 ล้านบาทครั้งนี้ จึงไม่ได้สะท้อนแค่เพียงการเปลี่ยนเจ้าของบริษัทหลักทรัพย์ แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยน "ทิศทางการลงทุน" ของทั้งอาณาจักร ที่เลือกโยกเงินจากสินทรัพย์หนึ่ง ไปยังธุรกิจที่เชื่อว่าจะเป็นโอกาสการเติบโตในทศวรรษหน้าอย่างน่าติดตามอีกด้วย 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ