
ตลาดหุ้นไทยกลับมาสร้างความคึกคักให้กับนักลงทุนอีกครั้ง หลังดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จนผลตอบแทนพุ่งติด TOP 3 ของโลก จากแรงหนุนของกระแสเงินลงทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของรัฐบาล รวมถึงจุดเด่นด้านเงินปันผลและความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เดินหน้าออกเกณฑ์ "BOI to IPO" เพื่อเปิดทางให้บริษัทกลุ่ม New Economy ทั้งไทยและต่างชาติเข้าระดมทุนได้ง่ายขึ้น หวังเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว
พร้อมเผยผลโรดโชว์ในต่างประเทศสะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น ลุยจัดงาน Thailand Focus 2026 เวทีสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคมนี้
อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีแรกให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นมาก โดยดัชนีนับตั้งแต่ต้นปีปรับตัวบวกขึ้นมาราว 20-25% จากระดับปิดสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1,259.67 จุด (ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568) ส่งผลให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยติดอันดับ 2-3 ของภูมิภาค เป็นรองเพียงตลาดหุ้นเกาหลีใต้และอาจสูสีกับไต้หวัน
สำหรับวันนี้ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,567.45 จุด ปรับตัวบวกอีก 25.11 จุด (+1.63%) จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท มองว่าปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากกระแสเงินทุนที่เริ่มมีแนวโน้มโยกย้ายจากตลาดพัฒนาแล้วเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนมีความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รวมไปถึงตลอดจนความโดดเด่นด้านเงินปันผล และความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังคงมีความน่าสนใจ
นอกจากนี้ ตลท. อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อดึงดูดบริษัทในกลุ่ม New Economy เข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย
โดยจะมีการปรับปรุงเกณฑ์ให้ง่ายและสอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันมากขึ้น เช่น การลดเงื่อนไขด้านมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) หรือเกณฑ์การทำกำไร ตลอดจนลดระยะเวลาในการทำ IPO ลง ซึ่งคาดว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ จะได้ข้อสรุปภายในช่วงไตรมาส 3 นี้ หรือราว 2-3 เดือนข้างหน้า
เป้าหมายสำคัญคือการดึงดูดบริษัทต่างชาติหรืออุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และ Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ให้เข้ามาจดทะเบียนในไทย เพื่อเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจในกระดานหุ้น
อย่างไรก็ตาม คาดว่าอย่างน้อยอีก 2 ปีข้างหน้า ถึงจะเริ่มเห็นบริษัทแรกเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายบนกระดานหุ้นไทยได้ เนื่องจากกระบวนการเข้าจดทะเบียนต้องใช้เวลาเตรียมการ โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและตั้งบริษัทใหม่ในประเทศไทย
อัสสเดช เปิดเผยว่า จากการเดินทางไปโรดโชว์ที่ลอนดอนและฮ่องกงในช่วงที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาเปิดรับและให้ความสนใจกับธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น
โดยประเด็นหลักที่นักลงทุนต่างชาติสนใจและสอบถามคือ ทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศไทยว่ามีโอกาสจะกลับไปเติบโตในระดับ 7% ได้หรือไม่ ซึ่ง ตลท. ได้ให้ข้อมูลตามความเป็นจริงว่า การเติบโตระดับ 7% ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานปัจจุบันอาจเป็นไปได้ยาก
แต่หากประเมินจากศักยภาพและปัจจัยพื้นฐาน การเติบโตที่ระดับ 4% ยังคงมีความเป็นไปได้ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติก็ตอบรับในเชิงบวกต่อการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ ตลท. เตรียมเดินหน้าจัดงาน "Thailand Focus 2026" ในช่วงวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีสื่อสารศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทย และคาดหวังว่าหากสถานการณ์สงครามเบาบางลง ประกอบกับราคาน้ำมันที่เริ่มปรับลดลง นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาโฟกัสการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจไทยมากยิ่งขึ้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้