
ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากหลากหลายปัจจัยทั่วโลกที่คาดการณ์และควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงมายังตลาดทุนและตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ เม็ดเงินลงทุนเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ภายในเสี้ยววินาที คำถามสำคัญคือ ตลาดทุนไทยจะปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสในอนาคต ที่จะดึงดูดเม็ดเงินให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้อย่างมั่นใจ
ล่าสุด “นายอัสสเดช คงสิริ” แม่ทัพใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญ ภายใต้ “SET Path” หรือ “เส้นทางความเชื่อมั่น สู่โอกาสของทุกคน” ซึ่งไม่ใช่เพียงการวางเส้นทางเดินแบบเดิม แต่คือการยกระดับ โดยปรับบทบาทตลาดหลักทรัพย์ฯ สู่การเป็น “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunity” ประตูบานใหญ่ที่เชื่อมโยงความเชื่อมั่นและขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนให้แก่ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด SET Path ให้เกิดขึ้นจริง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้วางแกนกลางผ่าน 4 พันธกิจหลักสำคัญ เพื่อยกระดับตลาดทุนไทย ให้บรรลุเป้าหมายสู่การเป็น “เส้นทางความเชื่อมั่น สู่โอกาสของทุกคน” ทีมเศรษฐกิจไทยรัฐได้สัมภาษณ์พิเศษ “อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเจาะลึกการขับเคลื่อนตลาดทุน ผ่าน “4 เสาหลัก”ดังกล่าวนี้
นายอัสสเดช เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ ประกอบด้วย 4 แกนหลักที่จะยกระดับตลาดทุนไทยให้ก้าวไปอีกขั้น โดยสร้าง 1. Seamless Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแกร่ง 2.Empowering Market Participants เสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด 3.Trusted Marketplace สร้างตลาดน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน 4.Purposeful People who Transform ขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่พร้อมเปลี่ยนแปลง
“ผู้จัดการตลาดหุ้น” ได้ขยายความในแต่ละพันธกิจ โดยระบุว่า พันธกิจที่ 1.คือการสร้าง Seamless Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแกร่งและปลอดภัยระดับมาตรฐานสากล โดยการจะเป็นประตูแห่งโอกาสได้ ตลาดทุนไทยต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนในทุกมิติ ตั้งแต่ระบบซื้อขายที่มีเสถียรภาพ การมีกลไกรองรับความผันผวนของการซื้อขาย มีระเบียบกฎเกณฑ์การซื้อขายและมาตรการกำกับดูแลที่เป็นสากล และการเป็น platform หรือตลาดที่ผู้ซื้อมั่นใจว่าซื้อหุ้นแล้วได้รับหุ้นและผู้ขายมั่นใจว่าจะได้รับเงิน นอกจากนี้ ยังมีความหลากหลายของโอกาสลงทุน มีสินค้าที่หลากหลาย ไม่พึ่งพาอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ซึ่งเรากำลังผลักดันให้บริษัทในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้ามาจดทะเบียนเพื่อโอกาสการเติบโตใหม่ๆ
2.Empowering Market Participants เสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาดทุกกลุ่ม มุ่งสนับสนุนทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และผู้ลงทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านเครื่องมือและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงผู้ร่วมตลาดกลุ่มอื่นๆ เช่น การผลักดัน โครงการ JUMP+ ที่ถือเป็นอาวุธสำคัญภายใต้พันธกิจ “Empowering Market Participants” ที่นำมาใช้เพื่อ “แก้โจทย์ความท้าทาย” ยกระดับความน่าสนใจของ บจ.และตลาดทุนไทยให้โดดเด่นในสายตาต่างชาติ ผ่านมิติสำคัญ คือ สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ บจ.ทำแผนธุรกิจและเป้าหมายระยะยาว เพิ่มมูลค่าบริษัท ซึ่งมีบริษัทเข้าร่วมแล้ว 142 บริษัท ส่วนใหญ่ทำแผนมุ่งการเติบโตของรายได้และกำไร รวมถึงการเพิ่มอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่นักลงทุนให้ความสำคัญ
และโครงการ JUMP+ ยังยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดย บจ.มีแผนงานด้าน CG รวมกว่า 459 แผนงาน มากกว่าครึ่งเป็นแผนงานที่เน้นต่อต้านคอร์รัปชัน การแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในและ บจ.ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 80% ยังเลือกจัดทำแผนด้าน Climate Action ตอบโจทย์การลงทุนยั่งยืน (ESG) สอดรับกับเทรนด์โลก ซึ่งสะท้อนว่า บจ. ไทยกำลังปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวและความยั่งยืน ถือเป็นปัจจัยที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ “โครงการ JUMP+ คือตัวอย่างหนึ่งของการยกระดับ บจ. เปลี่ยน บจ.ให้กลายเป็น “สินค้าที่เซ็กซี่และมีคุณภาพ” ผ่านการวางแผนที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการยกระดับความเชื่อมั่นให้ตลาดหุ้นไทยเป็นประตูสู่โอกาสได้”
3.Trusted Marketplace สร้างตลาดน่าเชื่อถือและยั่งยืน โดยการยกระดับคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือตอบโจทย์และแข่งขันได้ และสิ่งสำคัญคือ เสริมสร้างธรรมาภิบาลที่ดี โดยตลาดหลักทรัพย์ฯได้วางบทบาทเป็น “ด่านแรก” ในการตรวจสอบความผิดปกติ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยเน้นย้ำเรื่องการเปิดเผยข้อมูลของ บจ. ที่ต้องรวดเร็ว เท่าเทียมและเป็นสากล รวมถึงส่งเสริมบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการอิสระและเลขานุการบริษัทเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังสร้างมาตรฐานธรรมาภิบาล (CG) ของ บจ. โดยตลาดหลักทรัพย์ฯได้สร้างองค์ความรู้ในการป้องกันการทุจริต รวมทั้ง มีมาตรการกำกับและมาตรการเชิงกฎหมาย เช่น แจ้งเตือนผู้ลงทุน เพิ่มการเปิดเผยข้อมูล ส่งเสริมการลงโทษผู้กระทำผิดรวดเร็วและเด็ดขาดขึ้น ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับและหน่วยงานด้านยุติธรรม
4.Purposeful People Who Transform ขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่พร้อมปรับตัวและเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งมีการสื่อสาร อย่างเปิดกว้าง เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร ซึ่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบนิเวศ คนในองค์กรของตลาดหลักทรัพย์ฯเอง โบรกเกอร์ บจ. บริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯมีโครงการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในตลาดทุนที่ต้องพร้อมปรับตัวให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
“นายอัสสเดช” ยังได้กล่าวถึงตลาดหุ้นไทยจะสร้างโอกาสอย่างทั่วถึงให้กับคนทุกกลุ่มได้อย่างไรว่า การขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนให้คนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนนั้นต้องทำให้ตลาดหุ้นไทยยุคใหม่ต้องตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ผ่านผลิตภัณฑ์หรือการมีสินค้าที่หลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละคน และตามเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน
ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นแหล่งสร้างโอกาสให้ผู้ลงทุนกลุ่มต่างๆอยู่แล้ว อย่างผู้ลงทุนมือใหม่ที่ต้องการความปลอดภัย ก็มีตัวเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ปัจจุบันมีกองทุนที่ลงทุนหลากหลาย ทั้งกองทุนดัชนี กองทุนตลาดเงิน ถ้าอยากลงทุนในหุ้นต่างประเทศก็มี DR (Depositary Receipt) เช่น DR ที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศให้รายย่อยซื้อหุ้นโลกได้สะดวกผ่านตลาดหุ้นไทย
“ผู้ลงทุนกลุ่มเกษียณที่ต้องการ Passive Income เน้นกระแสเงินสด ลดความเสี่ยง มีหุ้นปันผลเป็นแหล่งรายได้ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนผ่านกองทรัสต์ REITs/Infrastructure Funds ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอคล้ายดอกเบี้ยเงินฝาก กลุ่มที่เน้นการบริหารภาษีมีกองทุนลดหย่อนภาษี (Thai ESG/SSF/RMF) ที่เน้นออมเพื่อเกษียณและยังมีทางเลือกลงทุนในบริษัทที่ยั่งยืน (Thai ESG) ตอบเทรนด์การลงทุนโลก”
สำหรับผู้ลงทุนผู้มีประสบการณ์สายลุยที่วางกลยุทธ์ลงทุนและบริหารความเสี่ยงได้ ก็มี DW (Derivative Warrants) ที่มีโอกาสทำกำไรทั้งขาขึ้นและลง แต่มีความเสี่ยงสูง และจะมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
นายอัสสเดช กล่าวถึงความคืบหน้าบัญชีส่งเสริมการลงทุนระยะยาว (TISA) เพื่อส่งเสริมการออมในหุ้นระยะยาวที่จะทำให้การลงทุนระยะยาวกลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนไทย ว่า บัญชี TISA สามารถลงทุนได้ทั้งพันธบัตร กองทุนรวม และ ETF ไม่จำกัดเฉพาะหุ้น
ซึ่งหากมองผ่านกรอบ SET Path จะพบว่า TISA เชื่อมโยงกับพันธกิจ Empowering Market Participants ชัดเจน เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น และสามารถสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้อย่างเป็นระบบ ในอีกมุม TISA ยังสะท้อนแนวคิด Inclusive Opportunities ช่วยลดช่องว่างระหว่างผู้ที่มีความรู้ด้านการลงทุนสูงกับผู้เริ่มต้น ลงทุน แต่โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีความร่วมมือ (colla boration) กับทุกภาคส่วน
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดการขยายโอกาสสู่ทุกกลุ่มคือ Mini Gold Online Futures การลดขนาดของสัญญา ทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น เพราะใช้เงินน้อยลง เพิ่มทางเลือกลงทุนทองคำให้นักลงทุนรายย่อยได้กระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตและยังสะท้อนพันธกิจ Trusted Marketplace ที่ต้องการให้ผู้ลงทุนมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงภายใต้ระบบกำกับดูแลมาตรฐาน
ผู้จัดการตลาดหุ้น เชื่อมั่นว่า หน้าที่ของตลาดทุนไม่ใช่แค่สร้างโอกาส แต่ต้องทำให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสนั้นได้จริง ซึ่งสิ่งสำคัญคือการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ลงทุน ดังนั้นที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เป็นแหล่งความรู้ โดยงานด้าน Financial Literacy ทำมาต่อเนื่อง และถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องทำต่อ!!
ตลาดหลักทรัพย์ฯมีคลังความรู้ด้านการเงินการลงทุน เผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมด้านการวางแผนการเงิน การบริหารจัดการหนี้ การบริหารเงินเพื่อเกษียณ มือใหม่เริ่มลงทุน ไปถึงการวิเคราะห์การลงทุนเชิงลึก รวมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาและขยายองค์ความรู้ไปในวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชัน Happy Money Application แอปจัดการเงิน ช่วยให้รู้รายรับรายจ่าย ทรัพย์สินและหนี้สิน เพื่อวางแผนแก้ปัญหาการเงินถูกที่ และพัฒนา SET e-Learning Platform หลักสูตรออนไลน์เรียนฟรี และสร้างพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY แหล่งเรียนรู้ด้านการเงินและการลงทุน
ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดตัวแอปฯใหม่ ชื่อ “WISET” ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมข้อมูลการลงทุนและบริการ ของผู้ลงทุนครบวงจรไว้ในที่เดียว เพื่อเพิ่มความสะดวกผู้ลงทุน
ในสถานการณ์ที่การลงทุนได้รับผลกระทบจากปัจจัยรอบด้าน ขอให้ผู้ลงทุนติดตามและวิเคราะห์ข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะ website และ social media ของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยช่องทางยูทูบ SET Zooom In เป็นอีกแหล่งข้อมูลที่เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวตลาดทุน เจาะลึกทุกประเด็นที่อยู่ในความสนใจของผู้ลงทุน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ
“มีผู้ลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดทุกปี สินทรัพย์ในการลงทุนก็มีความหลากหลายมากขึ้น จึงต้องมีการอัปเดตเพื่อให้ความรู้อยู่เสมอ นอกจากนี้ปัจจุบันมิจฉาชีพหลอกลวงนักลงทุนมีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯถือเป็นภารกิจสำคัญในการให้ความรู้เพื่อให้นักลงทุนรู้เท่าทัน ที่สำคัญขอให้ผู้ลงทุนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อให้การลงทุนใน “ประตูแห่งโอกาส” บานนี้เป็นเส้นทางสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” อัสสเดชกล่าวทิ้งท้าย
จะเห็นว่าวิสัยทัศน์ของ “อัสสเดช คงสิริ” เป็นการวางรากฐานใหม่ให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน เพราะในวันที่เงินทุนเคลื่อนย้ายได้ทั่วโลก ตลาดทุนที่อยู่รอดอาจไม่ใช่ตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุด แต่คือตลาดทุนที่ได้รับความเชื่อมั่นและมีโอกาสมากที่สุด นี่คือเส้นทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเดินหน้า ภายใต้บริบทใหม่ในฐานะ “ประตูแห่งความเชื่อมั่นและโอกาสสำหรับทุกคน”.
ทีมเศรษฐกิจ
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม