ปีนี้เป็นปีของ "หุ้นไทย" ? เจาะลึก AI Super Cycle เพราะโลกขาดไทยไม่ได้  ผ่านมุมมองของ 4 กูรู

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ปีนี้เป็นปีของ "หุ้นไทย" ? เจาะลึก AI Super Cycle เพราะโลกขาดไทยไม่ได้ ผ่านมุมมองของ 4 กูรู

Date Time: 22 มิ.ย. 2569 15:25 น.

Video

เบื้องหลัง Claude เขย่าโลก! Anthropic โต 80 เท่า สัญญาณ IPO ที่ต้องจับตา | Digital Frontiers EP.65

Summary

“AI Super Cycle” อานิสงส์ที่จะทำให้ปีนี้คือ “ปีทองของตลาดหุ้นไทย” จับตา 3 ธีมการลงทุน ได้แก่ เทคโนโลยี, อสังหาฯ, และการท่องเที่ยว ท่ามกลางความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI

Latest


ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาอาจเผชิญกับความท้าทาย และความผันผวนมากมาย จนนักลงทุนหลายคนเกิดคำถามในใจว่า "เมื่อไหร่จะถึงคราวการเติบโตของหุ้นไทยเสียที?" 

งาน SET in the City 2026 บนเวทีสัมมนาโดยสมาคมนักลงทุนประเทศไทย ได้รวบรวม 4 กูรูและเซียนหุ้นระดับแนวหน้า มาฉายภาพทิศทางการลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะสั้นและระยะยาวของประเทศไทย

โดยมีเสียงสะท้อนที่สอดคล้องกันว่า ปีนี้อาจเป็น "ปีทอง" ของการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆของไทย ด้วยอานิสงส์จากเมกะเทรนด์ “AI Super Cycle”

โลกเทคโนโลยีขาดประเทศไทยไม่ได้

ประเทศไทยได้รับประโยชน์โดยตรงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อให้เกิดเทรนด์ China Plus One ส่งผลเกิดการโยกย้ายฐานการลงทุนอย่าง Data Center ไปยังประเทศอื่น ๆ รวมถึงไทย

และรัฐบาลไทยได้ประกาศ “นโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ" ที่ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยสามารถออกแบบชิปเองได้ภายในปี 2593 และคาดว่า นโยบายนี้จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท และผลักดันให้เกิดการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้อีกกว่า 2 แสนคน

บุญชู จูระมงคล กรรมการและเหรัญญิก สมาคมนักลงทุนประเทศไทย
บุญชู จูระมงคล กรรมการและเหรัญญิก สมาคมนักลงทุนประเทศไทย

บุญชู จูระมงคล กรรมการและเหรัญญิก สมาคมนักลงทุนประเทศไทย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยสามารถตอบโจทย์การตั้ง Data Center ได้ ทั้งกระแสไฟฟ้าที่เสถียร ทรัพยากรน้ำ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ การย้ายฐาน AI มายังประเทศไทยจึงถือเป็นจุดบังคับที่โลกหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยจำแนก 3 กลุ่มธุรกิจไทยที่จะรับประโยชน์จาก Data Center ได้แก่

  • กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: การสร้าง Data Center จำเป็นต้องเข้ามาตั้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพราะต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีความพร้อม
  • กลุ่มสาธารณูปโภค พลังงาน และผู้รับเหมา: Data Center จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมหาศาล บุญชูชี้ประเด็นสำคัญว่า "น้ำ" คือ คอขวด (Bottleneck) ของการลงทุนเพราะไทยยังมีไฟฟ้าสำรอง แต่น้ำมีปริมาณจำกัด บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูง 
  • กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: โดยเฉพาะบริษัทที่ทำระบบจัดการพลังงาน, ระบบระบายความร้อน (Thermal), และแผงวงจร (PCB) 

ปีนี้ อสังหาฯ ไทย อยู่จุดไหน?

สุธน สิงหสิทธางกูร กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย
สุธน สิงหสิทธางกูร กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย

สุธน สิงหสิทธางกูร กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย ได้บรรยายเจาะลึกมุมมองการลงทุน โดยเน้นไปที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นิคมอุตสาหกรรม และกลยุทธ์การลงทุนในยุค AI

โดยฉายภาพให้เห็นว่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เศรษฐีไทยส่วนใหญ่รวยจากการสะสมที่ดิน แต่ปัจจุบันการเข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัย (Residential) กลับมีความเสี่ยงสูง 

อย่างไรก็ตามในช่วงวิกฤติมักมีโอกาสให้บางกลุ่มธุรกิจยังสามารถเติบโตต่อได้ อาทิ โรงแรมที่ยังมีอัตราการเข้าพักไม่เต็ม (Low Occupancy) แต่สามารถนำมาบริหารจัดการใหม่ได้, อสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศที่ได้อานิสงส์จากชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อเพื่อหนีภัยสงคราม หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง

ในด้านโอกาสของนิคมอุตสาหกรรม จากเทรนด์ Data Center สุธนกล่าวว่า ไม่ใช่ทุกนิคมอุตสาหกรรมจะขายที่ดินได้ เพราะบริษัทระดับโลกที่จะมาตั้ง Data Center ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดินเปล่า แต่ต้องการพื้นที่ที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI ไว้เรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความพร้อมด้านน้ำและไฟอย่างเต็มที่

ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญคือ ต้องเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยแนะนำให้มองหาหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมบางตัวที่แม้ราคาจะตกลงมา แต่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 10-12% ต่อปี เนื่องจากเงินปันผลระดับนี้จะเป็นเบาะรองรับความเสี่ยงชั้นดี 

Wellness & Tourism ยังคงเป็นจุดแข็งอันดับหนึ่ง

ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย บรรยายถึง นำเสนอมุมมองการลงทุนโดยเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว (Tourism), การแพทย์ (Medical), และการดูแลสุขภาพ (Wellness) ซึ่งเขามองว่าฟันเฟืองหลักของประเทศไทย ที่จะยังคงเติบโตท่ามกลางกระแสเทคโนโลยี ด้วยเหตุที่ว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์มักใช้ความมั่งคั่งซื้อชีวิตที่ดีขึ้น

ยุคสร้างทางรถไฟ ทำให้เกิดการจัดทัวร์ท่องเที่ยวครั้งแรกของโลก

ยุคไฟฟ้า ทำให้คนทำงานได้นานขึ้น มีเงินเหลือ และเริ่มมองหาสปาหรือการแช่น้ำแร่เพื่อผ่อนคลายความเครียด

ยุคอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดโซเชียลมีเดีย ผู้คนเห็นไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของกันและกัน เกิดการเดินทางมหาศาล 

ดังนั้น ใน ยุค AI เทคโนโลยีจะยิ่งทำให้คนทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย
ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย

ในด้านการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ (Wellness) ทิวา กล่าวว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ย่อมมาพร้อมกับความเครียดที่สะสมเพิ่มขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การแสวงหาสถานที่พักผ่อนที่สามารถฟื้นฟูร่างกายจิตใจได้อย่างประเทศไทย จึงกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

ในช่วงสุดท้าย กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) ได้เสริมข้อมูลว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยสูงในระดับ 10% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาค และยังคงมีความน่าสนใจในการเลือกลงทุนรายกลุ่ม

สัจธรรมของ "คลื่นเทคโนโลยี" 

กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน)
กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน)

กวีเปรียบเทียบเทรนด์ AI กับหน้าประวัติศาสตร์เทคโนโลยีที่ผ่านมาว่า ในทุกๆ เทคโนโลยีจะมีช่วงที่ตื่นตัวสุดขีดจนเกิดฟองสบู่และมีบริษัทที่ต้องเจ๊งไป แต่สิ่งสำคัญคือ เทคโนโลยีจะยังคงอยู่กับเรา  หมายความว่า ฟองสบู่ราคาหุ้นอาจจะแตก แต่เทคโนโลยี AI จะกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลกอย่างแน่นอน นักลงทุนจึงต้องจับตาดูจังหวะให้ดีและระมัดระวังในการลงทุนบนพื้นฐานเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ