
หุ้นโรงกลั่นเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งแนวโน้มค่าการกลั่นอ่อนตัวจากสงครามใกล้จบ จับตา DSI เรียก 6 โรงกลั่นรับทราบข้อกล่าวหา 11-12 มิ.ย. หวั่นกระทบการรับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันและสภาพคล่องธุรกิจในอนาคต
ความคืบหน้าคดี “คลังน้ำมันอ่างทอง” ที่กำลังขยายผลไปสู่ผู้ประกอบการโรงกลั่น ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เตรียมออกหมายเรียกกลุ่มโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งของไทย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีพิเศษที่ 80/2569 ในวันที่ 11-12 มิถุนายนนี้
ซึ่งจุดที่สร้างความกังวลในมุมของการลงทุนคือนโยบายจากกระทรวงพลังงาน ที่อาจมีการระงับจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แก่ผู้ค้ารายใดก็ตามที่ถูกดำเนินคดีโดยจะระงับยาวไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดในชั้นศาล
ท่ามกลางปัจจัยกดดันที่รายล้อมหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ทั้งแนวโน้มสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ซึ่งอาจกดดันค่าการกลั่น และความไม่แน่นอนจากคดีคลังน้ำมันอ่างทองที่กำลังขยายผลไปสู่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ปัจจัยเหล่านี้จะกระทบต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงกลั่นมากน้อยแค่ไหน?
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน ต้องย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงต้นปี 2569 ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน และน้ำมันขาดแคลนผิดปกติ
จนนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้หลายหน่วยงานสนธิกำลัง ตั้งแต่ตำรวจ DSI ไปจนถึงกรมธุรกิจพลังงาน และกรมการค้าภายใน เพื่อตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน
การสอบสวนพาไปพบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งที่อ่างทอง ซึ่งเป็นของ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเลียมเทรดดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง และมีชื่อของ “สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี” น้องชายของ “สมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี” หรือ "เสี่ยตือ คอสโม" เข้าไปเกี่ยวข้อง
ทำให้ สุรัตน์ ต้องเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา
และล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมออกหมายเรียกกลุ่มโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งของไทย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีพิเศษที่ 80/2569 ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569
ประเด็นที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจคือ ข้อหาของ 6 โรงกลั่นนั้น จุดเชื่อมโยงอยู่ที่ "เอกสารกำกับการขนส่ง" เมื่อวันที่ 27 เมษายน คณะทำงานของกระทรวงพลังงาน ได้ยื่นหลักฐานต่อ DSI หลังตรวจพบความผิดปกติของเอกสารการขนส่งน้ำมันทางเรือกว่า 166 รายการ จากผู้ค้ามาตรา 7 ทั้ง 6 ราย ซึ่งเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. การค้าน้ำมันฯ
อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความกังวลต่อนักลงทุนคือนโยบายขั้นเด็ดขาดจากกระทรวงพลังงาน ที่ประกาศเตรียม "ระงับการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" แก่บริษัทใดก็ตามที่ถูกกล่าวหา โดยจะแช่แข็งเงินส่วนนี้ยาวไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดในชั้นศาล
สำหรับราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นปิดตลาดเช้านี้ (8 มิ.ย.)
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง ให้ความเห็นกับ “Thairath Money” ว่า สำหรับการที่ราคาหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในวันนี้ มองว่าไม่ได้มีเหตุผลเฉพาะเจาะจง แต่เป็นเพราะภาพรวมและเซนติเมนต์ของตลาดหุ้นวันนี้ที่อ่อนตัวลง
ทำให้นักลงทุนที่มีกำไรมีการขายทำกำไรออกมา ซึ่งหากดูจากราคาหุ้นที่ปรับลงจะเห็นว่าไม่ได้ลงแรงมากนัก จึงน่าจะเป็นลักษณะของการทยอยลดสัดส่วนและการขายทำกำไรตามปกติ
ในส่วนของมุมมองการลงทุนหุ้นกลุ่มโรงกลั่นนั้น ทาง บล.บัวหลวง ได้ให้คำแนะนำปรับ "ลดน้ำหนักการลงทุน" ของกลุ่มนี้ไปแล้ว โดยอยู่บนสมมติฐานที่มองว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะค่อยๆ คลี่คลายลงในช่วงครึ่งหลังของปี
ซึ่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลให้ซัพพลายของน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และน่าจะเป็นทิศทางที่กดดันให้แนวโน้มของค่าการกลั่นอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
ส่วนประเด็น DSI จะมีการดำเนินคดี 6 โรงกลั่นนั้น คงต้องเป็นไปตามกระบวนการของทางภาครัฐ แต่หากมองในเชิงปัจจัยพื้นฐานต่อความกังวลว่าอาจจะไม่ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหากถูกดำเนินคดี ถ้าประเมินตามหลักการแล้ว สมมติว่ามีการชะลอการจ่ายเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน ก็อาจกระทบในมุมของสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม มองว่าแต่ละโรงกลั่นยังมีความสามารถและมีช่องทางในการหาสภาพคล่องมารองรับได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกู้เงินเพิ่มเติม หรือการได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ จึงคิดว่าประเด็นเรื่องสภาพคล่องนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับกลุ่มโรงกลั่น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้