
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวใกล้ 1,600 จุด โดยมีแรงซื้อในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
แม้เศรษฐกิจไทยและโลกยังมีความไม่แน่นอน แต่ช่วงนี้หุ้นกลุ่มธนาคารกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หรือนี่คือจังหวะที่ตลาดเริ่มฟื้นตัวและนักลงทุนกลับเข้ามาสะสมหุ้นขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น?
เริ่มกันที่ มงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล. ดาโอ (ประเทศไทย) เล่าให้ Thairath Money ฟังว่า ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ช่วงนี้เห็นแรงซื้อกระจายในหลายอุตสาหกรรมจนเห็นการฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ 1,600 จุด โดยเฉพาะใน 3 ธีมหลักได้แก่
1. กลุ่มธนาคาร และหุ้นปันผลสูง
2. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการเศรษฐกิจ เช่น นิคมอุตสาหกรรม WHA
3. กลุ่มที่เคยถูกกระทบจากสงคราม เช่น การบิน, โรงแรม, โรงไฟฟ้า เพราะมองว่าตลาดรับรู้ผลกระทบและสะท้อนไปหมดแล้ว
นอกจากนี้ คนยังทยอยเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่กลุ่ม 10 อันดับแรกของตลาด เพราะมองว่าเป็นเป้าหมายที่นักลงทุนต่างชาติมักจะเข้าซื้อก่อน ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ มีการปรับหุ้นในพอร์ตโดยหันมาเน้น CPF, CPN, COM7, GULF, BGRIM, KBANK จากชุดเดิมที่มี ADVANC, SCB, KTB
อย่างไรก็ตาม สำหรับหุ้นปันผลยังมองว่า กลุ่มธนาคารยังน่าสนใจจาก 3 เหตุผลหลัก คือ 1) การทยอยเก็บเพื่อรอการปันผลในไตรมาส 2/69 2) ราคาหุ้นที่ลดลงมาค่อนข้างมาก 3) เป็นหุ้นกลุ่มหลักของตลาดและมี Dividend Yield (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล) ปัจจุบันอยู่ที่ราว 7% โดยยังสนใจใน 3 ธนาคาร คือ KBANK, SCB, KTB
แต่การลงทุนหุ้นธนาคาร มีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ เรื่องอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะสะท้อนผ่าน NIM ว่าจะรักษาระดับได้ต่อเนื่องหรือไม่ 2. คุณภาพสินเชื่อโดยต้องติดตามตัวเลข หนี้เสีย หรือ NPL ส่วนปีนี้ที่จะมีธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เกิดขึ้น มองว่าไม่ได้กระทบกับหุ้นแบงก์ในตลาดเพราะมีฐานลูกค้าคนละกลุ่มกัน
ด้าน ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด เล่าว่า แม้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหุ้นธนาคารจะได้รับผลดีจากดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ตัวธุรกิจธนาคารยังมีความท้าทายสูงขึ้น คือ ธุรกิจหลักอย่างสินเชื่อจะเติบโตได้ต้องพึ่งพิงกับเศรษฐกิจไทย ในกรณีที่เศรษฐกิจแย่ลง สินเชื่อที่เคยปล่อยไปแล้วอาจได้รับผลกระทบและทำให้การตั้งสำรองต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคาร ปันผลที่ให้ผู้ถือหุ้นอาจน้อยลง
ดังนั้นหัวใจหลักของการซื้อหุ้นปันผลคือ ต้องเข้าใจว่าปันผลที่หุ้นนั้นๆ จ่ายมาจากอะไร เพราะผลตอบแทนในอดีตไม่ได้สะท้อนอนาคตเสมอไป แม้หุ้นที่เลือกไว้จะดีในวันนี้ แต่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอยู่เสมอ
ส่วนตัวแล้ว ประกิต มองว่า หุ้นปันผลที่น่าสนใจคือ ธุรกิจที่มีกระแสเงินสดแข็งแรงและรายได้ค่อนข้างเสถียร เช่น PTT หรือกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC ซึ่งมีคู่แข่งน้อยราย ยิ่งบริษัทมีความสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ก็ทำให้แข่งขันได้ดีขึ้น กำไรก็เติบโตขึ้นต่อเนื่องและมีเงินมาจ่ายปันผล
การเลือกหุ้นที่ปันผลสูง จะดูแค่ผลตอบแทนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูหลายอย่างประกอบกัน ทาง บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองว่ามี 4 ข้อ ที่นักลงทุนจะต้องเข้าใจ และเช็กก่อนเข้าซื้อเสมอ
สุดท้าย สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “หุ้นตัวไหนจ่ายปันผลสูง” แต่คือการเข้าใจว่าเงินปันผลนั้นมาจากธุรกิจที่แข็งแรงและยั่งยืนแค่ไหน และหากคิดจะซื้อเก็บยาว นักลงทุนคงต้องทำการบ้านให้หนักพอ เพราะในวันที่พอร์ตติดลบ คนที่ต้องรับความเสี่ยงจริง ๆ มีเพียงตัวเราเองเท่านั้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney