ทำความรู้จัก 4 หุ้นไอพีโอใหญ่ น่าจับตา..รอให้นักลงทุนจับจอง

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทำความรู้จัก 4 หุ้นไอพีโอใหญ่ น่าจับตา..รอให้นักลงทุนจับจอง

Date Time: 14 เม.ย. 2566 09:42 น.

Video

ลงทุน S&P 500 ยันเกษียณได้จริงไหม? ทำไมใครๆก็พูดถึง I Money Issue EP.67

Summary

ปัจจุบันมีจำนวน 4 บริษัท ที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ SCGC, DEE, ACOM, BRC

Latest


นักลงทุนต่างจับตาบริษัทใหม่ ที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผ่านการขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีการระดมเงินทุนของบริษัท เพื่อนำไปขยายธุรกิจ สำหรับการลงทุนในหุ้นไอพีโอนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนต่างคาดหวังการเติบโตจากบริษัทและราคาซื้อขายที่สูงขึ้นในอนาคต ดังนั้นนักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทที่จะทำการลงทุนผ่านหนังสือชี้ชวนและข่าวสารต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

ทีม #ThairathMoney ได้รวบรวมข้อมูลบริษัทที่มีความน่าสนใจ พบว่าปัจจุบันมีจำนวน 4 บริษัท ที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC, บมจ.ดีสโตน คอร์ปอเรชั่น หรือ DEE, บมจ.เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป หรือ ACOM และบมจ.บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ BRC

เริ่มด้วยบริษัทที่ 1.บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC เตรียมเข้าจดทะเบียนในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายธุรกิจซึ่งรวมถึงการขยายกำลังการผลิตหรือการพัฒนาศักยภาพของบริษัทฯ และบริษัทย่อย การจัดตั้งบริษัท การเข้าซื้อกิจการ รวมถึงทรัพย์สินอื่น การลงทุนเพื่อบำรุงรักษา และเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ

ทั้งนี้ SCGC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เม็ดพลาสติกหรือพอลิเมอร์ ซึ่งนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งบรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อทนแรงดัน สายเคเบิลโทรคมนาคม เป็นต้น และยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก เช่น SCGC Floating Solar Solutions โซลูชันเพื่อพลังงานสะอาด และสารเคลือบ emisspro® สารเคลือบเตาเผาในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องมาร่วม 40 ปี ถือเป็นธุรกิจหลักที่สร้างผลประกอบการที่ดีให้กับกลุ่มเอสซีจี

ล่าสุด SCGC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวมอยู่ที่ 236,587 ล้านบาท ขาดทุนสิทธิ 335.45 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 238,390 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 27,068 ล้านบาท และปี 2563 มีรายได้รวม 146,869 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 19,904 ล้านบาท

และ 2.บมจ.ดีสโตน คอร์ปอเรชั่น หรือ DEE เตรียมเข้าจดทะเบียนในหุ้นกลุ่มยานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมที่มีอยู่ในปัจจุบัน และลงทุนในโรงงานของบริษัทฯ เพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงรายจ่ายฝ่ายทุน และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

โดย DEE ดำเนินธุรกิจ จัดจำหน่าย ส่งออกยางล้อสำหรับยานพาหนะประเภทต่างๆ รวมทั้งลงทุนในบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตยางล้อสำหรับพาหนะ โดยได้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยการมองการณ์ไกลในตลาดอุตสาหกรรมยาง ที่ขณะนั้นมีผู้ประกอบการจากต่างชาติเพียงไม่กี่รายในการผูกขาดตลาดการผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทย บริษัทจึงได้ก่อตั้งด้วยเหตุผลที่ต้องการจะผลิตยางที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้แก่ลูกค้าภายในประเทศ ด้วยหลักการในการทำธุรกิจที่ว่า “มุ่งมั่นผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ ในราคาที่สมเหตุผล ด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานสากล”

ล่าสุดผลประกอบการของ DEE ปี 2564 มีรายได้รวม 19,132.4 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,374.0 ล้านบาท และปี 2563 มีรายได้รวม 18,914 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,993.8 ล้านบาท โดยบริษัทยังไม่มีการรายงานผลประกอบการปี 2565 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

และ 3.บมจ.เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป หรือ ACOM เตรียมเข้าจดทะเบียนในหุ้นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อใช้สำหรับการเข้าซื้อกิจการที่อาจมีขึ้นในอนาคต และใช้เป็นเงินลงทุนในแพลตฟอร์ม EcommerceIQ และเทคโนโลยีในด้านอื่นๆ และใช้สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ EcommerceIQ SaaS และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนโดยทั่วไปและใช้เป็นเงินทุนเพื่อการขยายธุรกิจปกติ (Organic Expansion)

บริษัท ACOM ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ผ่านบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซ และมีสถานะเป็นกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center) ด้วย โดยบริษัทให้บริการอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจรโดยใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีภายใต้ชื่อ "EcommerceIQ" และให้บริการผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ SaaS ซึ่งติดตั้งภายใต้แพลตฟอร์มชื่อ "EcommerceIQ SaaS" และให้บริการผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์หรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่ง (Value Added Services) ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ

ล่าสุดผลประกอบการของ ACOM ในร่างหนังสือชี้ชวนที่บริษัทยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ปี 2564 มีรายได้รวม 8,948.5 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิสำหรับปี 563.6 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการปี 2563 มีรายได้รวม 7,113.2 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 458.0 ล้านบาท โดยบริษัทยังไม่มีการรายงานผลประกอบการปี 2565 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

สุดท้ายคือ BRC บมจ.บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ BRC ที่ล่าสุดบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจดันบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์การระดมทุนไปใช้ลงทุนในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปรับโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งรวมถึงชำระหนี้บางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจ

โดย BRC ประกอบธุรกิจการค้าปลีก การค้าส่ง การสั่งผลิต การนำเข้าและการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาและการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ อันมีส่วนเกี่ยวข้องเกื้อหนุนกับการค้าปลีก และ/หรือการค้าส่ง และธุรกิจเดิมของห้างสรรพสินค้า Big C ทั้งหมด

ล่าสุดผลประกอบการของ BRC ในปี 2565 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 113,573 ล้านบาท และ กำไรสุทธิรวม 6,757 ล้านบาท และสินทรัพย์รวม 336,833 ล้านบาท โดยบริษัทยังไม่ได้ยื่นไฟลิ่งอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาดูต่อว่าหุ้นทั้ง 4 บริษัทจะเข้าจดทะเบียน และเริ่มซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันไหน ผลประกอบการและราคาหุ้นจะน่าสนใจสอดคล้องไปตามความคาดหวังของนักลงทุนหรือไม่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ