
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 มี.ค.66 ปิดที่ 1,565 จุด บวก 41.11 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 69,699.24 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 960.80 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด AOT ปิด 70.75 บาท บวก 4.50 บาท, KBANK ปิด 131.50 บาท บวก 5 บาท, PRTR ปิด 10.10 บาท บวก 2.90 บาท, CPALL ปิด 61 บาท บวก 1.25 บาท, DELTA ปิด 974 บาท บวก 40 บาท
หุ้นไทยรีบาวด์กลับหลังร่วงแรงวันก่อน โดยนักลงทุนเริ่มหายตื่นตระหนก ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.พ. ออกมาชะลอตัวลง 8 เดือนติด + 6.0% YoY, + 0.4% MoM ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า อารมณ์ตลาดผ่อนคลายลงหลังเงินเฟ้อเริ่มลดลง โดยเงินเฟ้อสหรัฐฯ ปัจจุบันที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายระดับ 2% น่าจะทำให้ Fed คงอัตราดอกเบี้ยทรงตัวไว้ในระดับสูงระยะหนึ่ง เพื่อให้ Real Interest Rate พลิกกลับมาเป็นบวก ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ Recession มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การดอกเบี้ยสหรัฐฯที่ขึ้นมาเร็วและแรงตั้งแต่ปี 65 เริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดขึ้น จากสัญญาณการปิดตัวลงของสถาบันการเงินของสหรัฐฯ 3 แห่ง (Silvergate Capital, Silicon Valley Bank, Signature Bank) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ทยอยปรับตัวลง บวกกับทางการสหรัฐฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนจากวิกฤติระบบธนาคารสหรัฐฯ ทำให้ความกังวลเริ่มผ่อนคลายลง หนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งผลกระทบของดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ขึ้นมาเร็วและแรงตั้งแต่ปี 65 อาจคงไว้ในระดับสูงต่อไป เพื่อกดเงินเฟ้อให้ลงสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจทำให้ปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เชื่อว่าแรงกดดันต่างๆจะลดลงจึงคาด SET Index มีโอกาสรีบาวน์ระยะสั้น โดยเอเซียพลัสคัดกรองหุ้นที่มีโอกาสรีบาวน์หลังลงแรง ชอบ ORI-GPSC-STEC และ CBG!!
อินเด็กซ์ 51