เซ็นทรัลพัฒนา กำไรไตรมาส 3 ยังแกร่งทะลุ 2,872 ล้านบาท เติบโตได้ดีแม้จีนยังไม่เปิดประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการแบบผสม พร้อมลุยเปิดห้างใหม่ต่อเนื่อง
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 บริษัทและบริษัทย่อย มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากไตรมาสก่อน ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 นี้ บริษัทฯ ประกาศรายได้จากการดําเนินงานรวม 9,349 ล้านบาท และกําไรสุทธิ 2,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% และ 1,153% จากปีก่อนตามลําดับ หากไม่รวมรายการ ที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจําและผลกระทบทางมาตรฐานบัญชีแล้ว
ธุรกิจหลักของบริษัท ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการศูนย์อาหาร บริษัท ยังคงควบคุม ต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความสามารถในการทํากําไรของบริษัทฯ ดีขึ้นด้วย
โดยในไตรมาสที่ 3 นี้ บริษัทได้เปิดให้บริการโรงแรมใหม่ล่าสุด คือ เซ็นทารา โคราช จํานวน 218 ห้อง เมื่อ วันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ มีโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมให้บริการเป็นแห่งแรกของ จังหวัดนครราชสีมาและของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารที่อยู่อาศัย ตามเป้าหมายที่จะเป็นผู้นําในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมของประเทศ
ความเคลื่อนไหวในไตรมาสที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศมีความไม่แน่นอนและความผันผวนสูง โดยมีสาเหตุหลายประการด้วยกัน ในด้านปัจจัยบวกสนับสนุน ได้แก่ การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวทําให้มี นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเกือบ 4 ล้านคน เพิ่มจาก 1.5 ล้านคน ในไตรมาสก่อน
ประกอบกับการผ่อนคลายกฎเกณฑ์และมาตรการรักษาความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ต่างๆ อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบ เช่น ภาวะเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นถึง 7% ในไตรมาสที่ 3 ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้ ต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ มีการปรับอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นรวม 0.5% ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ นโยบายการปิดประเทศของจีนที่ยังคงดําเนินอย่าง ต่อเนื่องทําให้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของประเทศเข้ามา
บริษัทฯ ได้ประกาศแผนการขยายธุรกิจศูนย์การค้า ไปแล้ว โดย 1) ต้นปี 2566 บริษัทฯ จะเปิดโครงการใหม่ คือ มาร์เช่ ทองหล่อ ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ แบบผสมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ทองหล่อ มีพื้นที่ขายสุทธิ 12,000 ตารางเมตร พื้นที่อาคารสํานักงาน 13,687 ตารางเมตร และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมอีกในอนาคต
ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์รวมซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารชั้นนํา โครงการนี้ใช้งบลงทุนทั้งหมด 2,223 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในต้นปีหน้า พื้นที่ส่วนอาคารสํานักงานจะบริหารโดยคู่ค้าของ บริษัทฯ คือ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ส จํากัด (มหาชน)
2) ในปลายปี 2566 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ บนถนนราชพฤกษ์ ด้วยงบลงทุนกว่า 6,200 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 32,000 ตร.ม. 3) ช่วงต้นปี 2567 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการ เซ็นทรัล นครสวรรค์ งบลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 29,000 ตร.ม. และ เซ็นทรัล นครปฐม งบลงทุนกว่า 3,800 ล้านบาท และมีพื้นที่ขายประมาณ 25,000 ตร.ม.
4) ช่วงปลายปี 2567 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับ บริษัท ดุสิตธานี จํากัด (มหาชน) โดยจะมีส่วนพื้นที่ศูนย์การค้า 80,000 ตร.ม. พื้นที่อาคาร สํานักงาน 90,000 ตร.ม. โรงแรม 250 ห้อง และอาคารที่อยู่อาศัย 550 ยูนิต งบลงทุน กว่า 46,000 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัท ยังคงแผนการขยายและปรับปรุงศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้อีกด้วย ทั้ง เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัล รามอินทรา เป็นต้น ส่วนธุรกิจโรงแรม บริษัทฯ คาดว่าจะเปิดให้บริการโรงแรมเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่ชลบุรีภายในปลายปีนี้และ จังหวัดอุบลราชธานีช่วงต้นปีหน้า.