
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 มี.ค.65 ปิดที่ 1,676.80 จุด ลดลง 4.09 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 62,111.49 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 864.12 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ในระยะข้างหน้าความผันผวนยังมีอยู่ เพราะความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน มีแนวโน้มยืดเยื้อ ขณะที่สภาพัฒน์ประเมินความขัดแย้งรัสเซียยูเครนต่อไทย จะส่งผลผ่านช่องทางหลักคือราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน
เอเซียพลัสจึงสำรวจหาหุ้นที่มีเกราะป้องกันจากอัตราเงินเฟ้อ เช่น ราคาขายเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนมักไม่เพิ่มตาม ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นที่
ทำธุรกิจในส่วนต้นน้ำเป็นหลัก เช่น PTTEP, BANPU, PTT, TOP, PTTGC, IVL, IRPC, KSL, NER, CPF, TFG, GFPT เป็นต้น
ส่วนหุ้นที่เสียประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง SCCC-SCC-TPIPL-TASCO-DCC-VNG กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC-BGRIM-GULF-RATCH กลุ่มขนส่ง BA-AAV กลุ่มผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคBJCOSP!!
บล.กสิกรไทยประเมินตลาดหุ้นโค้งสุดท้ายเดือน มี.ค.ชะลอการปรับขึ้น คาดแกว่ง Sideway ไปถึงสิ้นเดือน มี.ค. ที่สำคัญ เดือน เม.ย.65 ตลาดมีโอกาสจะปรับลง เนื่องจาก 1.การใช้นโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) 2.สงครามรัสเซีย–ยูเครนมีโอกาสที่จะยืดเยื้อไปถึงต้น Q2/65 จะมีการคว่ำบาตร Economic Sanction ยืดเยื้อ คล้ายกับ Trade war สหรัฐฯ–จีนที่ยังมีอยู่ กดดันเศรษฐกิจ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทรงตัวระดับสูง
3.ต้น เม.ย.65 หุ้นโลกจะเผชิญกับ IMF Downgrade GDP Growth หลายประเทศ โดยเฉพาะฝั่งยุโรป เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามสูงกว่าประเทศอื่นๆ ส่วนไทยจะเห็นแรงกดดันจากการปรับลด GDP เช่นกัน ซึ่งการปรับลดเป้า GDP จะเป็น sentiment ลบต่อกลุ่ม Domestic play ได้แก่ ธนาคาร อสังหาฯ ค้าปลีก ท่องเที่ยว
แนะกลยุทธ์ไม่เพิ่มน้ำหนักพอร์ตลงทุน หากหุ้นขึ้นมาให้ขายทำกำไร ประเมินแนวต้าน 1,690-1,705 จุด มีโอกาสสูงที่หุ้นไทยจะย่อตัวในช่วง Q2/65 ส่วนหุ้นที่ลงทุนได้แนะ กลุ่มเครื่องดื่ม (SAPPE, CBG, OSP) การเงิน (TIDLOR, ASK, THANI, AEONTS, BAM) กลุ่ม Tech Consult (BBIK, BE8), โรงไฟฟ้า (GPSC, SSP) ICT (DTAC, TRUE)!!
อินเด็กซ์51