
CPF โชว์กำไร 6 เดือนแรกปี 64 แตะ 11,683 ล้าน พร้อมจ่ายปันผลผู้ถือหุ้น 0.40 บาทต่อหุ้นในวันที่ 10 ก.ย.64
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF กล่าวว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 รายได้จากการขายมีจำนวน 248,984 ล้านบาท ลดลง 12% จากระยะเวลาเดียวกันของปี 63 ที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิรอบ 6 เดือนแรกของปี 64 จำนวน 11,683 ล้านบาท ลดลง 4% จากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 63
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วมของบริษัท Chia Tai Investment Co., Ltd. (CTI) ซึ่งดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีน เมื่อเดือน ธ.ค. 63 ทำให้บริษัทไม่มีการรับรู้รายได้จากการขายของ CTI ในปี 2564
หากไม่นับผลกระทบจากรายการดังกล่าว รายได้จากการขาย 6 เดือนแรก ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% และมี EBITDA เพิ่มขึ้น 10% โดยคณะกรรมการบริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 0.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะจ่ายในวันที่ 10 ก.ย. 64 นี้
สำหรับกิจการในประเทศไทยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8% และกิจการต่างประเทศเพิ่มขึ้น 14% เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาสินค้าในหลายประเทศอยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อนหน้า อาทิ ประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ รัสเซีย เป็นต้น บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
โดยควบคู่ไปกับการกำกับดูแลการดำเนินงานด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยในสถานประกอบการในระดับสูงสุด พร้อมไปกับการดูแลพนักงาน รวมถึง การจัดหาสถานที่พัก ดูแลความเป็นอยู่และการเดินทางเพื่อลดการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง การสร้างความมั่นใจให้พนักงานด้วยนโยบายไม่เลิกจ้าง การจัดหาวัคซีน การสร้างโรงพยาบาลสนาม เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศชาติท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19
ขณะเดียวกัน CPF ได้ดำเนิน โครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19 มาตลอดระยะเวลามากกว่า 1 ปี ที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤติโควิด-19 โดยมอบอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อบุคลากรทางการแพทย์และพี่น้องคนไทยแล้วหลายล้านแพ็ก รวมถึงน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายล้านขวด ตลอดจนวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรส สำหรับนำไปปรุงอาหาร แก่โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม กลุ่มเปราะบาง ศูนย์ฉีดวัคซีน และหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ มากกว่า 500 แห่ง
ล่าสุด ได้ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์และพันธมิตร ดำเนินโครงการครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19 เพื่อมอบอาหารสำเร็จรูปของบริษัทและอาหารจากผู้ประกอบการรายย่อย รวม 2 ล้านแพ็ก แจกจ่ายแบ่งปันให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ บรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์นี้ และซีพีเอฟจะยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนและสังคม เคียงข้างคนไทยเป็น ทีมประเทศไทย ก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน
นอกจากนี้ ซีพีเอฟได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4Good Emerging Index จากฟุซซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของโลก ที่ให้ความสำคัญด้านการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดูแลสังคมรอบด้าน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการส่งเสริมการบริหารองค์กรตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามวิสัยทัศน์การเป็นครัวของโลกที่ยั่งยืน