การเมืองกดดัน!!

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

การเมืองกดดัน!!

Date Time: 12 ก.ย. 2563 05:01 น.

Video

ลงทุน S&P 500 ยันเกษียณได้จริงไหม? ทำไมใครๆก็พูดถึง I Money Issue EP.67

Summary

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 ก.ย.63 ปิดที่ 1,279.96 จุด ลบ 10.93 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 44,155.40 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 749.90 ล้านบาท

Latest


ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 ก.ย.63 ปิดที่ 1,279.96 จุด ลบ 10.93 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 44,155.40 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 749.90 ล้านบาท

หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด JMART 13.40 บาท ลบ 2 บาท, JMT ปิด 29.25 บาท ลบ 3 บาท, STGT ปิด 68.25 บาท บวก 1.50 บาท, MINT ปิด 21.60 บาท ลบ 0.80 บาท, SUPER ปิด 0.84 บาท ลบ 0.04 บาท

หุ้นไทยภาคบ่ายไหลลงลึก นักลงทุนกังวลข่าวกรณีพบนักฟุตบอลติดเชื้อ COVID-19 ทำให้นักลงทุนเข้าสู่โหมดเฝ้าระวังมากขึ้นและมีโอกาสที่รัฐจะต่อการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือน เป็นแรงกดดันระยะสั้น

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า อีกปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ร้อนแรงขึ้น เพราะใกล้ถึงการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษา ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ขณะที่ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม น่าจะเป็นเรื่องยากที่ฝั่งรัฐบาลจะตอบสนองปัจจัยดังกล่าวถือว่า มีความสำคัญมากสำหรับตลาดหุ้น ฝ่ายวิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลอดีตในช่วง 1 เดือนแรกของเหตุการณ์การชุมนุมสำคัญๆ พบว่ามีหลายปัจจัยที่กดดัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนมากกว่าปกติ

ดังนี้ 1.ค่าเงินบาทมักอ่อนค่าในช่วง 1 เดือนหลังมีการชุมนุมเฉลี่ย 2.2% แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทมีส่วนกดดันให้ Fund Flow มีโอกาสชะลอการไหลเข้า เนื่องจากทำให้เกิดการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ 2.ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยหนัก ในช่วง 1 เดือนหลังมีการชุมนุมต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยเฉลี่ย 2.08 หมื่นล้านบาทแสดงให้เห็นว่าต่างชาติไม่ชอบความเสี่ยง และมักลดน้ำหนักลงเวลาเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง

3.เบี้ยประกันความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ไทย เร่งตัวขึ้นทุกรอบที่มีการชุมนุม ช่วง 1 เดือนหลังชุมนุมเฉลี่ยราว 25 bps. สะท้อนให้เห็นภาพความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเงินสูงขึ้นไปด้วย 4.SET Index ตอบสนองเชิงลบ ปรับตัวลงเฉลี่ย 3.9% ช่วง 1 เดือนหลังชุมนุม

ประเด็นเหล่านี้เป็นตัวกดดันให้หุ้นไทยผันผวนและปรับตัวลดลงมากกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ดังนั้นนักลงทุนต้องติดตามการเมืองใกล้ชิด ส่วนกลยุทธ์ลงทุนเพื่อฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ แนะสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ที่สำคัญคือ ต่างชาติถือครองน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตลาดฯ เพื่อลดความผันผวนจากแรงขายของต่างชาติ อย่าง SVI, DCC, MCS, BEM, STGT และ DCC โดย Top pick ในวันนี้ยังเลือก BEM, MCS!!

อินเด็กซ์ 51


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ