
ภาวะการซื้อขายหุ้น
ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดระดับที่ 1,625.57 จุด ลดลง 0.28% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 0.94% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 40,324.06 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (18-22 มี.ค.) บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,640 และ 1,650 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (19-20 มี.ค.) การประชุมนโยบายการเงินของ กนง. (20 มี.ค.) ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน สถานการณ์ Brexit รวมถึงปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.พ.รวมถึงผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือน มี.ค.
ภาวะตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน
เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์มีปัจจัยลบจากอัตราเงินเฟ้อ ที่วัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดในเดือน ก.พ. ซึ่งตอกย้ำ แนวโน้มการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเงินบาทปิดตลาดเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ 31.68 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (18-22 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องติดตามการประชุม กนง. ตัวเลขการส่งออกเดือน ก.พ.ของไทย กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ และปัจจัยการเมืองในประเทศ ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ ท่าทีนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จากผลการประชุม FOMC รวมถึงตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ และ Dot Plot ชุดใหม่ของเฟด (19-20 มี.ค.) การพิจารณาข้อตกลง BREXIT ที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเสนอต่อรัฐสภา เป็นต้น.
บ.ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด