
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 ธ.ค.61 ปิดที่ 1,601.12 จุด เพิ่มขึ้น 17.93 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 45,167.91 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 727.06 จุด
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 47 บาท ลบ 0.25 บาท, PTTEP ปิด 118 บาท บวก 1 บาท, KBANK ปิด 188.50 บาท บวก 3.50 บาท, PTTGC ปิด 72 บาท ลบ 0.50 บาท และ AOT ปิด 63.75 บาท บวก 1 บาท
บล.เออีซี ประเมินหุ้นไทย ช่วงโค้งสุดท้ายของปีแกว่งแคบที่ระดับแนวรับ 1,557 จุด และแนวต้านที่ 1,653 จุด โดยตลาดหุ้นยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกกดดัน ทั้งเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวจากผลสงครามการค้าและคาดการณ์ประชุม FOMC มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.จะส่งผลให้ต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้น แต่ปัจจัยการเลือกตั้งที่มีแนวโน้มชัดเจน ส่งผลเชิงบวกต่อภาคการลงทุน
ขณะที่แนะให้จับตาปัจจัยที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดทุน โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว กดดันกำลังซื้อในประเทศ หลังได้รับผลกระทบสงครามการค้าที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุดทางการจีนประกาศตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีก เดือน พ.ย. ที่ต่ำกว่าคาด (ยอดค้าปลีกต่ำสุดตั้งแต่ปี 2003) ต่อเนื่องจากดัชนีผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ประกาศออกมาก่อนหน้า กดดัน Sentiment ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ที่มีสัดส่วนการส่งออกไปยังจีนมาก ทำให้ความต้องการใช้พลังงานน้อยลงตามเศรษฐกิจ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลงต่อ
และกรณีที่ธนาคารของกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ เริ่มหันมาใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวมากขึ้น ล่าสุด ECB ประกาศยกเลิกโครงการ QE อย่างเป็นทางการ และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า และทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหัฐฯ จะส่งผลให้ Fund Flow มีทิศทางไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง (กังวลผลจากต้นทุนการเงินที่สูงขึ้นจะกระทบต่อกำไรของหลายบริษัท และผลจากค่าเงินดอลลาร์ที่จะแข็งค่า ยังลดความน่าสนใจของตลาดหุ้น EM ลง)
ทั้งนี้ แนะ Overweight ทยอยสะสมหุ้น Domestic Play 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Out of Home Media แนะนำ PLANB–VGI กลุ่มค้าปลีก แนะนำ ROBINS–CPN–COL กลุ่มนิคม แนะนำ AMATA–WHA และกลุ่มธนาคาร แนะนำ BBL–KBANK
ขณะที่แนะหลีกเลี่ยงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนการทำธุรกิจ บวกกับส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านและคอนโด!!
อินเด็กซ์ 51