
กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่เขย่าวงการลงทุนทองคำทั่วโลก เมื่อราคาทองคำสปอต (Gold Spot) ดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรงทะลุผ่านด่านสำคัญที่ระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ไปได้อย่างสวยงาม
สำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังกำทองคำในมือแน่นและเริ่มรู้สึก "คันไม้คันมือ" อยากเทขายทำกำไรหลังจากเห็นราคาทองคำแท่งในประเทศพุ่งแตะระดับ 71,150 บาท
เหล่ากูรูต่างประสานเสียงเตือนสติว่า "อย่าเพิ่งรีบร้อนขายตอนนี้" เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานและทิศทางทางเทคนิคยังคงส่งสัญญาณว่า "เทรนด์ขาขึ้นของทองคำ" เพิ่งจะเริ่มต้นฤดูกาลรอบใหม่ที่อาจไปได้ไกลกว่าที่คิด
การพุ่งขึ้นครั้งนี้ ได้รับแรงหนุนจากมติเอกฉันท์ของปัจจัยขับเคลื่อนระดับมหภาคที่ส่งผลพร้อมกันถึง 3 ด้าน ไล่ตั้งแต่
ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ดันให้ราคาทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่เนื้อหอมที่สุดในวินาทีนี้
ตลาดทองคำโลกปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 (พุ่งขึ้นรวมกว่า 226 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 5%) ทะลุระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทำให้นักวิเคราะห์ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ทองคำได้หลุดจากกรงขังเดิม และเข้าสู่ “เทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่” ทั้งในระยะกลางและระยะยาวอย่างเต็มตัว หลังจากที่เริ่มส่งสัญญาณบวกมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม
ปัจจัยสำคัญมาจากฝั่งนโยบายการเงินสหรัฐฯ เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ประกาศกลยุทธ์ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Treasury Buybacks) เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 2,000 ล้านเป็น 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง พร้อมเผยว่าอาจขยายวงเงินเพิ่มอีก
แม้มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ไม่ให้พุ่งสูงจนกระทบเศรษฐกิจ แต่กลับบั่นทอนความเชื่อมั่นทางการเงินของสหรัฐฯ ฉุดให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน และกลายเป็นแรงส่งมหาศาลให้เงินไหลเข้าสู่ทองคำ
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกยิ่งเข้ามาเติมเชื้อไฟ เมื่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านสิ้นสุดลง โดยไร้แนวโน้มการเจรจารอบใหม่
ซ้ำร้ายความกังวลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการขู่คว่ำบาตรขั้นเด็ดขาด ยังดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ 94.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เสี่ยงกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่
สถานการณ์นี้บีบให้กลุ่มทุนสถาบันระดับโลกอย่างกองทุน SPDR Gold Trust ต้องเร่งปรับพอร์ต โดยพบว่ากว้านซื้อทองคำในสัปดาห์เดียวสูงถึง 23.68 ตัน เป็นสิ่งที่ยืนยันว่านักลงทุนรายใหญ่กำลังใช้ทองคำเป็นโล่ป้องกันความเสี่ยง (Safe Haven) อย่างแท้จริง
ตัดภาพมาที่ตลาดทองคำในประเทศ แม้ราคาทองคำโลกจะติดสปีดพุ่งแรง แต่ทองไทยต้องเผชิญปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินบาท จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในไทย ยังสามารถปรับตัวบวกเพิ่มขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ถึง 2,400 บาท และปรับตัวขึ้นได้ต่อช่วงเช้าของวันนี้
ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา, IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุใน Hua Seng Heng Morning News ว่า ทางฝั่งฮั่วเซ่งเฮงมองภาพรวมทางเทคนิคว่า ราคาทองคำโลกมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและน่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้เนื่องจากเทรนด์ระยะสั้น กลาง และยาว ได้สอดประสานกลับมาเป็นขาขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว แม้ระยะสั้นอาจมีแรงย่อตัวลงมาให้เห็นจากการปรับฐานทางเทคนิค (Overbought) บ้างก็ตาม
สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำแท่งในมืออยู่แล้ว แนะนำให้ถือครองต่อไปยาวๆ ได้เลย เนื่องจากประเมินว่าทิศทางในช่วงที่เหลือของปีนี้ราคายังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีความจำเป็นต้องรีบขายออกมา
ส่วนผู้ที่ยังไม่มีทองคำและต้องการจะเข้าซื้อ แนะนำให้รอจังหวะราคย่อตัวลงมาซื้อตามแนวรับสำคัญในประเทศบริเวณ 70,550 - 70,900 บาท
สำหรับตลาดฟิวเจอร์ส แนะนำเปิดสถานะซื้อเก็งกำไร (Long) ได้ที่ระดับราคา 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อบริหารความเสี่ยงไว้ที่ 4,560 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
โดยมีเป้าหมายแนวต้านถัดไปทางเทคนิคที่ระดับ 4,640 และ 4,665 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และกำหนดแนวรับสปอตไว้ที่ 4,580 และ 4,560 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ด้าน บทวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ระบุว่า ทาง YLG ได้ประเมินโครงสร้างราคาในระยะสั้นว่าเริ่มเกิดสัญญาณเตือนภัยจากการซื้อที่มากเกินไป หรือ Bearish Divergence ในกราฟราย 1 ชั่วโมง และ 4 ชั่วโมง ทำให้นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และการเข้าซื้อควรรอการย่อตัวของราคา
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นการทำรอบ "ย่อซื้อ-ดีดขาย" หากมีสถานะซื้ออยู่ก่อนแล้วและราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านบริเวณ 4,641 - 4,652 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำแบ่งขายทำกำไรออกมาก่อน
แต่หากราคาผ่าน 4,652 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ไปได้ ให้ถือสถานะต่อเพื่อไปลุ้นขายที่แนวต้านถัดไป พร้อมขยับจุดล็อคกำไร (Trailing Stop) ขึ้นมาที่ 4,563 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
จังหวะเข้าซื้อรอบใหม่ แนะรอราคาพักตัวย่อลงมาโดยไม่หลุดแนวรับสำคัญแรกที่ 4,563 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพื่อเปิดสถานะซื้ออีกครั้ง หากหลุดระดับดังกล่าวคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงพักตัว โดยรอเข้าซื้อถัดไปที่โซน 4,500 - 4,450 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และกำหนดจุดตัดขาดทุนหากราคา Spot หลุด 4,450 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
พร้อมให้กรอบราคาทองคำแท่ง 96.5% ประเมินแนวรับในประเทศไว้ที่ 70,550 บาท และ 69,550 บาท (และจุดตัดขาดทุนที่ 68,800 บาท) ขณะที่แนวต้านประเมินไว้ที่ 71,950 บาท และ 72,700 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 73,850 บาท
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้